Monday, November 17, 2014

Ziggy Marley Dedicates Song for Rotary's Polio Eradication Effort

ซิกกี้ ร้องเพลงเร้กเก้เพื่อขจัดภัยโปลิโอ
ซิกกี้ มาร์เลย์ นักร้องเพลงเร้กเก้ ลูกชายศาสดาเร้กเก้ บ๊อบ มาร์เลย์ มอบเพลงเพื่อสนับสนุนความพยายามของโรตารีในการรณรงค์กวาดล้างโปลิโอให้หมดไปจากโลก โดยได้บรรจุเพลงที่แต่งนี้ในอัลบัมล่าสุด "Fly Rasta" และได้รับการเผยแพร่ในการประชุมเนื่องในโอกาสวันโปลิโอโลก ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา

Ziggy Marley
ชมคลิปการแสดงของซิกกี้

Ziggy Marley dedicates song to polio eradication effort
Although reggae legend Ziggy Marley couldn’t attend Rotary’s World Polio Day event in Chicago on 24 October, he recorded a special message for attendees. Marley also performed a song from his latest album, “Fly Rasta,” which he said he hoped would “inspire people” to continue the effort to end polio, “which we will do soon.”
บันทึกการแสดงของซิกกี้ มาร์เลย์

Friday, November 7, 2014

November - THE ROTARY FOUNDATION Month

อาร์ค ซี คลัมภ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรตารี รากฐานการเชื่อมโยงการบำเพ็ญประโยชน์ระหว่างประเทศ


Arch C. Klumph, Founder of The Rotary Foundation


Thursday, November 6, 2014

EUREKA !


ยูเรก้า !

ปัจจัยสี่ประการเบื้องหลังนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่
โดย คารีม อับดุล แจบบา

โคช จอห์น วูดเด้น
ตอนผมเป็นนักกีฬายูซีแอลเอที่มีโคชจอห์น วูดเดิร์นเป็นผู้ฝึกสอน เขาเคยพูดไว้ว่า "ผลจะออกมาดี ก็เฉพาะกับผู้ที่เตรียมตัวอย่างดีที่สุดที่จะรับผลที่ดีนั้น" เขาไม่ได้พ่นความคิดหัวเก่าประเภทโลกสวยอย่างน้ำเหลือครึ่งแก้ว เขาไม่คิดว่าเราจะชนะระดับชาติได้โดยการจ้องมองโปสเตอร์ของลูกแมวที่ถูกห้อยอยู่บนราวตากผ้า มีข้อความว่า "ห้อยอยู่ตรงนั้นแหละ ไอ้หนู" การคิดบวกนั้นสำคัญ แต่แค่นั้นมันไม่เพียงพอที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ เขารู้ว่าการทำอะไรให้สำเร็จได้มันต้องผ่านขั้นตอนการสังเกต จินตนาการ ตั้งใจจริง และมีวินัย.
ตอนที่ผมเขียนหนังสือชื่อ "โลกของฉันสีอะไร - หน้าที่หายไปของประวัติศาสตร์นักประดิษฐ์แอฟริกัน-อเมริกัน" ผมพบว่า คุณสมบัติที่คล้ายคลึงกันในหมู่นักประดิษฐ์ทั้งหลายคือ การต้องเจอกับอุปสรรคหลายประการก่อนที่งานประดิษฐ์ของเขาจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ก็ยังต้องพบกับการอคติจากสังคมรอบตัวในตอนแรก ๆ ที่รับรู้ความสำเร็จของพวกเขา  เหตุผลที่ใช้คำว่า "หน้าที่หายไปของประวัติศาสตร์" ก็เพราะสีผิวของพวกเขาถูกกระแสหลักของสังคมปิดกั้นการยอมรับและผลักพวกเขาให้ไปอยู่ด้านหลังของรถโดยสารแห่งประวัติศาสตร์  การปฏิบัติเช่นนี้อาจทำให้คนบางส่วนท้อและถอนตัวออก แต่ไม่ใช่กับกลุ่มนักประดิษฐ์เหล่านี้ พวกเขาได้ "ทำให้สิ่งประดิษฐ์ของเขามีความเป็นเลิศ"


จอร์จ เดอ เมสทรัล ผู้ประดิษฐ์เวลโคร
คุณสมบัติข้อแรกที่นักประดิษฐ์ต้องมีคือ "ความช่างสังเกต" หลายคนคิดว่าตัวเองเป็นคนช่างสังเกต แต่ความจริงมันมีความแตกต่างกันมากระหว่าง "การมองเห็น" และ "ความช่างสังเกต" คนส่วนมากเห็นโอกาสที่จะต่อรองได้ดีเวลาหาซื้อของในห้าง โดยไม่ให้ถูกตอบโต้กลับ หรืออาจเฝ้าดูเด็กไม่ให้เล่นออกนอกถนน  พวกเขาเห็นเท่าที่จำเป็นในภารกิจเฉพาะหน้า ซึ่งเชอร์ล็อกโฮล์มเห็นแบบแตกต่างออกไป เขาเห็นรายละเอียดทุกอย่างและเข้าใจความหมายของแต่ละรายละเอียด นี่คือความช่างสังเกต ซึ่งจะต้องมองให้เห็นองค์ประกอบเล็ก ๆ  อย่างในกีฬาบาสเกตบอลก็เช่นกัน ผู้เล่นจะต้องไม่เพียงมองเห็นผู้เล่นคนอื่น ๆ ยืนอยู่ตำแหน่งไหน เขาจะต้องเห็นท่าทางของแต่ละคนว่ามือของพวกเขากำลังทำอะไร สายตาเขามองไปที่ไหน สามารถแปลความหมายได้ภายในอีกสามวินาทีข้างหน้า  ตัวอย่างที่ดีของงานประดิษฐ์ที่มาจากความช่างสังเกตคือ เจ้าของสินค้า "เวลโคร" ซึ่งเป็นชื่อแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ประเภท "แถบขอเกี่ยวกับห่วง" (หรือตีนตุ๊กแก หรือ แถบหนามเตย) ที่ใช้ประกอบกับสินค้ากันตั้งแต่ผ้าอ้อมยันรองเท้าบู๊ททหารและชุดนักบินอวกาศ เวลโครได้ชื่อว่าเป็นคำตอบกับปัญหาในชีวิตประจำวันมากมายหลายประการ แต่ต้นกำเนิดความคิดของเวลโครนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในห้องแล็บ ความจริงมันเกิดจากแรงบันดาลใจของวิศวกรชาวสวิสที่เป็นคนชอบการล่าสัตว์ เชาชื่อจอร์จ เดอ เมสทรัลกับสุนัขของเขาตอนไปล่าสัตว์แถบเทือกเขาแอลป์ในปี พ.ศ.๒๔๘๔
หลังจากกลับจากการล่าสัตว์ เดอ เมสทรัลสังเกตเห็นหญ้าเจ้าชู้เกาะติดตามเสื้อผ้าและขนสุนัขของเขา  เขาสงสัยว่าเป็นเวลานับศตวรรษที่คนเดินผ่านหญ้าเจ้าชู้เหล่านี้ และในขณะที่แกะหญ้าเจ้าชู้ออกก็บ่นไป แต่ไม่เคยคิดสงสัยว่ามันมาติดเสื้อผ้าเขาได้อย่างไร  องค์ประกอบหลักของความช่างสังเกตคือขี้สงสัย ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความปรารถนาที่จะรู้ความจริงที่อยู่เหนือความรู้เก่า ๆ   เดอ เมสทรัลเอาหญ้าเจ้าชู้มาส่องด้วยกล้องจุลทัศน์และเห็นว่าเมล็ดหญ้าเจ้าชู้แต่ละเมล็ดมีขอเกี่ยวนับร้อยขอที่พร้อมจะเกี่ยวเข้ากับวัสดุอะไรก็ตามที่มีห่วงอยู่อย่างเช่นผ้าและขนสัตว์
อีกหนึ่งตัวอย่างของความช่างสังเกตที่มีผลเปลี่ยนโลกคือ อเล็กซานเดอร์ เฟรมมิ่งในการค้นพบเพนนิซิลีน (ยาปฏิชีวนะ) ซึ่งในตอนแรกเขาเรียกมันว่า "น้ำรา"  ในปี พ.ศ.๒๔๗๑ เขากลับจากพักร้อน มาที่ห้องแล็บที่รกรุงรังและพบเชื้อราที่แพร่ขยายอยู่บนจานเพราะเชื้อแบคทีเรีย เขาแปลกใจมากที่สังเกตเห็นว่าเชื้อราเหล่านั้นฆ่าแบคทีเรียในจานทดลองจนหมด  การค้นพบนี้ได้ช่วยชีวิตคนนับล้าน แต่นี่ไม่ใช่การค้นพบครั้งแรกเพราะเมื่อ ๓๒ ปีก่อนหน้านั้น นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส เออร์เนสต์ ดูเชส์นีเมื่อตอนอายุเพียง ๒๓​ ปี จากการสังเกตการทำงานในโรงพยาบาลทหารที่ ๆ เขาทำงานว่า เด็กเลี้ยงม้าตั้งใจเลี้ยงเชื้อราบนบังเหียนม้าโดยเก็บบังเหียนม้าไว้ในที่มือ เด็กเลี้ยงม้ารู้ดีว่าเชื้อราพวกนี้ใช้รักษาอาการแผลกดทับจากการขี่ป้า ข้อสังเกตนี้เป็นเหตุให้ดูเชส์นีทำการวิจัยเพื่อระบุสายพันธ์เชื้อราและสรุปไว้ว่ามีฤทธิ์ต้านไทฟอยด์และอีโคไล.
อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง ผู้ค้นพบยาปฏิชีวนะ


จินตนาการคือคุณสมบัติข้อที่สองของนักประดิษฐ์ ทั้งนี้เพราะจินตนาการช่วยให้มองเห็นแนวทางที่จะนำเอาข้อสังเกตที่เกิดขึ้นไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ได้  อย่างเช่นหญ้าเจ้าชู้นำไปสู้แถบรัดของ เชื้อราไปสู่ยารักษาโรค  ความช่างสังเกตทำให้คนพูดว่า "เรื่องนี้น่าสนใจ"  และจินตนาการพาเขาไปสู่ความคิดที่ว่า "แล้วถ้าเรื่องน่าสนใจนี้เอาใช้ทำ....จะเกิดอะไรขึ้น?"  คำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับหัวข้อจินตนาการคงเป็นจากภาพยนตร์เรื่อง "THEY MIGHT BE GIANTS" ที่เขียนโดย เจมส์ โกลด์แมนที่บรรยายว่า จอร์จ ซี.สก๊อตให้คำอธิบายสาเหตุที่ดอน กิโฆเตคิดถูกว่า "แน่นอน เขามองไปไกลกว่านั้น เขาคิดว่ากังหันลมคือยักษ์ นั่นฟังดูเหมือนคนบ้า แต่ถ้าเราลองคิดว่ามันเป็นอะไรได้บ้าง.. ก็เหมือนพวกเราที่จิตปกติ เมื่อก่อนยังเคยคิดว่าโลกแบน แต่พอเราคิดว่า แล้วถ้ามันไม่แบนล่ะ ถ้ามันกลมล่ะ และเชื้อราบนขนมปังล่ะ จะทำเป็นยาได้ไหม  ถ้าเรามองไม่เคยสิ่งต่าง ๆ แล้วลองคิดว่ามันเป็นอะไรได้บ้าง ทำไมเป็นอย่างนั้น พวกเราเดี๋ยวนี้ก็คงอยู่ในป่าไม่ต่างจากลิง"
  

จินตนาการคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้โจเซฟ ลี  หนึ่งในนักประดิษฐ์ผิวดำอัฟริกันอเมริกันที่ผมเขียนถึงในหนังสือของผม เป็นนักประดิษฐ์ที่ประสบความสำเร็จ  ลีเป็นเจ้าของโรงแรมและผู้ผลิตอาหาร เขาพยายามหาทางใช้ประโยชน์จากขนมปังหมดอายุที่ต้องทิ้งลงถังขยะทุกวัน  เขารู้สึกเสียดายขนมปังเหล่านั้นที่ต้องถูกทิ้งไปเป็นจำนวนมาก เขาจึงคิดสร้างเครื่องจักรเพื่อผลิตเกร็ดขนมปังที่ภัตตาคารต่าง ๆ ใช้ในการชุบเนื้อปลา เนื้อสัตว์อื่น ๆ และขนมเค้ก  ไม่นานต่อมาสิ่งประดิษฐ์ของเขากลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของครัวในภัตตาคารทั่วโลก  ก่อนหน้านี้คนไม่รู้กี่หมื่นกี่พันคนโยนขนมปังทิ้งทุกวันเป็นจำนวนกี่ตัน จนกระทั่งคน ๆ หนึ่งมีจินตนาการที่ดีกว่า.

ดอน กิโฆเต กับยักษ์กังหันลม
ในโลกการกีฬา เราให้ความสำคัญกับความจริงจังในเกือบทุกเรื่อง  "คุณจะจริงจังกับทีมของเราได้ไหม"  โคชอาจตั้งคำถามนี้กับนักกีฬาของเขา  "ฉันจะเล่นกีฬาประเภทนี้จริงจังตลอดไปหรือไม่"  นักกีฬาอาจถามตัวเอง  เวลาทำเรื่องอะไรที่ง่าย ๆ คนเรามักจะยังนึกสนุกกับมัน  แต่พอมันเริ่มจริงจังขึ้นคนส่วนใหญ่จะเริ่มถอย  ผมเห็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลหลายคนมีทักษะการเล่นดีเป็นธรรมชาติ แต่หลายคนก็ดีได้ไม่นาน ทั้งนี้เป็นเพราะพวกเขาขาดความจริงจัง เพราะความจริงจังนี้เป็นบ่อเกิดของความพยายาม "เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน" (อ้างอิงดอน กีโฆเตอีกครั้งในเพลงประกอบ "ความฝันอันสูงสุด" (The Impossible Dream)).
สำหรับนักประดิษฐ์แล้ว ความจริงจังหมายถึงการไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาระหว่างจุดของการเริ่มสังเกตเห็นและจุดที่นำไปปฏิบัติจริง  จำเรื่องของจอร์จ เดอ เมลทรัลที่ประดิษฐ์แถบรัดหนามเตยยี่ห้อ "เวลโคร" ได้ไหม เริ่มจากวันที่เขาสังเกตเห็นหญ้าเจ้าชู้ที่ติดมากับเสื้อผ้าของเขา เขาต้องใช้เวลาถึงแปดปีกว่าจะแปรเปลี่ยนข้อสังเกตนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ได้.
แกร์เรตต์ มอร์แกน นักประดิษฐ์ผิวดำที่ยิ่งใหญ่
ความจริงจังอาจทำให้นักประดิษฐ์มีความเสี่ยงต่อสุขภาพหรืออาจถึงชีวิตได้ ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งประดิษฐ์นั้นใช้ได้จริง  ตัวอย่างที่ผมชอบคือนักประดิษฐ์อัฟริกันอเมริกันแกร์เร็ต มอร์แกน  เขาสามารถประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ ๆ มากมายในนามของเขา ซึ่งรวมถึงสัญญานไฟจราจร น้ำยายืดผม และต้นตำหรับหน้ากากกันแก็ซพิษ ซึ่งมีลักษณะเป็นอุปกรณ์ครอบศรีษะขนาดใหญ่มีสายท่อยาวถึงพื้นสองท่อที่ต่อมาจากหน้ากาก  เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เอาไว้ช่วยคนที่ติดในบริเวณที่มีไฟไหม้  ด้วยเหตุที่แกร์เร็ตเป็นคนผิวดำ ปัญหาอุปสรรคที่จะขายสิ่งประดิษฐ์ของเขาให้แก่แผนกอัคคีภัยจึงมีอยู่มากมาย   อย่างไรก็ตาม ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ มอร์แกนถูกเรียกตัวไปพบทีสถานีตำรวจ ตอนนั้นมีคนงาน ๓๒ คนติดอยู่ในอุโมงค์ใต้ทะเลสาบเอรี่  แก็ซพิษที่ฟุ้งกระจายในอุโมงค์ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะส่งคนเข้าไปให้ความช่วยเหลือคนงานเหล่านั้น มอร์แกนโยนชุดหน้ากากกันควันพิษขึ้นบนรถกระบะ เขาเป็นคนดำคนแรกที่สามารถหาซื้อรถมาใช้ได้ แล้วไปรับแฟรงค์น้องชายของเขา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีเพียงแกร์เรตต์ แฟรงค์ กับผู้ที่เชื่อในประดิษฐกรรมของเขาอีกสองคนที่ยอมสวมหน้ากากป้องกันควันพิษ แล้วคลานเข้าไปในอุโมงค์จนพบและช่วยเหลืออาคนงานที่ได้รับบาดเจ็บคนแรก  นักผจญเพลิงที่เหลือยังลังเลที่จะใช้อุปกรณ์กันควันพิษจนเห็นว่าพวกของแกร์เรตต์สามารถช่วยชีวิตคนงานที่ติดอยู่ในอุโมงค์ออกมาได้อีกหนึ่งคน เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติการครั้งนั้น เขาสามารถช่วยชีวิตคนงานได้ ๒๙ คน  แม้สองพี่น้องมอร์แกนกับหน้ากากกันพิษของเขาสร้างวีรกรรมอันน่าทึ่ง  แต่หนังสือพิมพ์ของเช้าวันรุ่งขึ้นกลับไม่มีการรายงานถึงปฏิบัติการของพี่น้องผิวดำมอร์แกน  แม้กระนั้นก็ตามมอร์แกนก็ยังคงยึดมั่นกับประดิษฐกรรมของเขาและในที่สุดสามารถขายมันให้กับศูนย์อัคคีภัยทั่วประเทศ
ตอนที่ผมเริ่มเล่นบาลเก็ตบอล ผมเป็นนักบาสที่สูงที่สุดในกลุ่มเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน  ทุกคนคิดว่าผมจะเล่นบาสได้ดีโดยปริยาย  แต่ความจริงไม่เป็นอย่างนั้น ผมผอมและแก้งก้างมากเหมือนสุนัขเกรฮาวด์วิ่งบนพื้นที่เพิ่งลงแวกซ์ขัดพื้น ผมต้องใช้เวลาเป็นปีฝึกหัดให้มีทักษะและความมั่นใจที่จะเล่นบาสเก็ตบอลในระดับสูง  เพราะฉะนั้นความสูงอาจส่งผมเข้ามาอยู่ในทีม แต่วินัยคือสิ่งที่ช่วยให้ผมคงอยู่ร่วมกับทีมได้  นักกีฬาหลายคนทั้งที่เป็นระดับมัธยม มหาวิทยาลัย และมืออาชีพ เบื่อหน่ายการฝึกและซ้อมอย่างหนักซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทักษะ แต่พวกเขาก็ยังคงต้องกลับมาฝึกซ้อมเพราะต้องรักษาวินัยเพื่อผลที่จะเกิดขึ้นอย่างที่เขาพึงพอใจในอนาคต  พูดถึงวินัยผมมีตัวอย่างที่ชอบมากตัวอย่างหนึ่งของนักประดิษฐ์ ซึ่งต่อไปนี้เป็นเกร็ดประวัติที่เล่าโดยวอลเตอร์ เอส.มัลลอร์รี่่ี่เพื่อนเก่าแก่คนหนึ่ง ถึงโธมัส เอดิสัน ในหนังสือชีวประวัติของเอดิสันชื่อ ชีวิตและผลงาน เขาเขียนว่า "ผมเจอเขานั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวที่มีความกว้าง ๓ ฟุตและยาวประมาณ ๑๕ ฟุต บนเก้าอี้ยาวนั้นมีจานทดลองเซลส์ที่ทำปฏิกริยากับสารเคมีต่าง ๆ นับร้อยจาน เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวนั้นเพื่อทดลอง ทบทวน และวางแผน ผมจึงได้รู้ว่าเขาได้ทำการทดลองเก้าพันครั้งเพื่อที่จะสร้างกล่องเก็บพลังงานแบตเตอรี่ แต่การทดลองทั้งหมดก็ไม่สามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จในการสร้างกล่องแบตเตอรี่ได้  พิจารณาจากปริมาณแรงงานและความคิดที่ทุ่มเทลงไปกับการทดลอง ผมก็รู้สึกเห็นใจเขาและตั้งคำถาม ๆ เขาว่า 'มันน่าเสียใจกับแรงงานมหาศาลที่ทุ่มเทให้กับการทำงานนี้ แล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์อะไรนะครับ' เอดิสันตอบกลับพร้อมรอยยิ้มทันทีว่า 'ผลลัพธ์.. ทำไมเหรอ  ผมได้ผลลัพธ์เยอะแยะไปหมด  ผมได้เรียนรู้วิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ผิดเป็นพัน ๆ วิธี.' " 

โธมัส เอดิสัน ผ่านความล้มเหลวนับพันครั้งก่อนจะสำเร็จ
วินัยที่ทำให้คนยังกลับมาลองทำดูครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะทำไม่สำเร็จนับพันครั้ง  คือวินัยที่แยกความแตกต่างระหว่างคนที่ประสงความสำเร็จกับคนที่ต้องการเป็นนักประดิษฐ์
คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีคนพูดว่า "ผมเคยมีความคิดนี้มาก่อน.. ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว"  ความคิดนั้นอาจเป็นจริง  พวกเราหลาย ๆ คนอาจมีความคิดที่เข้าท่า ที่จะพัฒนาต่อไปเป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ และในที่สุดสามารถจำหน่ายในตลาดสร้างมูลค่าได้นับล้านดอลล่าร์ให้กับคนอื่น  ก็อย่างที่ได้อ่านมาตั้งแต่ต้นแล้ว ความคิดที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นส่วนที่ง่ายที่สุดของขั้นตอนทั้งหมด การที่จะเปลี่ยนแปรความคิดนั้นให้เป็นนวัตกรรมจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าการอุทาน "อะฮ่า!" คุณยังต้องเป็นคนช่างสังเกต มีจินตนาการ ตั้งใจจริง และมีวินัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม.

Friday, October 17, 2014

Rotarians of District 3350 Sign Well Wish for the King

โรแทเรียนในภาค ๓๓๕๐ โรตารีสากล นำโดยผู้ว่าการภาค สุรชาติ ชื่นโชคสันต์ ร่วมใจลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๗






Monday, September 22, 2014

October; VOCATIONAL SERVICE MONTH

วรรคทองจากผู้ก่อตั้งโรตารี พอล พี. แฮร์รีส สำหรับเดือนตุลาคม

Quote from Paul P. Harris on the Vocational Service Month, October.



Friday, September 19, 2014

September: NEW GENERATION MONTH

Paul P. Harris' Quote on Youth Service (Rotary's SEPTEMBER month theme)

from: Honoring our Past : The Words and Wisdom of Paul Harris


Monday, September 8, 2014

EBOLA Relief Campaign in Liberia



สโมสรโรตารีมอนโรเวีย สู้ภัยอีโบลา

ข่าวจากสโมสรโรตารีมอนโรเวีย - โมนิค คูเปอร์ ริเวอร์พูล
ครบรอบห้าเดือนของการระบาดไวรัสอีโบลาในไลบีเรีย  ๔๐ วันมาแล้วที่ประเทศนี้ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติก็กินว่ามาหนึ่งเดือนแล้ว รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิวที่เข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ซึ่งเป็นถาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ ๑๑ ปี ส่งผลให้สายการบินนานาชาติ ๙ แห่งยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบินมาที่นี่ คงเหลือเพียง ๒ สายการบินที่ยังมีเที่ยวบินอยู่แม้จะมีการจองเที่ยวบินล้นและในราคาที่แพงแสนแพง
สองสัปดาห์ที่ผ่านมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลา ๖๑๓ รายเฉพาะที่ยืนยันแล้ว ยังมีคนไข้ที่เสียชีวิตอีกมากที่อยู่นอกเหนือการเข้าถึงของสาธารณสุข หรือโรงพยาบาล และโรคภัยไข้เจ็บอื่น ๆ ก็ต้องเสียชีวิตตามไปด้วยเนื่องจากความไม่เพียงพอของบุคคลากรทางการแพทย์


อีโบลาจู่โจมประเทศโบลีเวียในช่วงที่กำลังประสบภาวะวิกฤติหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความไม่เพียงพอของงบประมาณแผ่นดินที่ติดต่อกันเป็นปีที่สาม สินค้าส่งออกราคาตกต่ำ และเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง
เป็นที่กระจ่างชัดว่าห้วงเวลาเช่นนี้ประเทศต้องการความช่วยเหลือและร่วมมือจากทุกฝ่ายรวมถึงสโมสรโรตารีมอนโรเวีย ในวันประชุมสโมสรเพื่อเข้ารับตำแหน่งนายกสโมสร ๔ กรกฎาคม นายกวิคกี้ คูเปอร์เอนเชียประกาศให้คำมั่นว่าจะหาเงินให้ได้ ๑,๐๐๐ เหรียญสหรัฐเพื่อจัดซื้อถุงมือทางการแพทย์เพื่อให้เจ้าหน้าที่อนามัยที่เกี่ยวพันกับการดูแลผู้ป่วยอีโบลาได้ใช้  เธอสามารถหาเงินได้ในวันนั้น และสามารถจัดซื้อและส่งมอบถุงมือจำนวน ๑๐,๐๐๐ คู่ให้แก่กระทรวงสาธารณสุขในวันที่ ๗ กรกฎาคม
จากนั้นมาจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า เราจึงจำเป็นต้องเลื่อนระดับการให้ความช่วยเหลือสูงขึ้น สมาชิกของสโมสรคนหนึ่งทำงานในกระทรวงสาธารณสุขและอีกคนหนึ่งทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดคือศูนย์การแพทย์จอห์นเอฟเคนเนดี้ ช่วยประสานงานกับผู้นำในองค์กรนั้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและความต้องการที่แท้จริง
ตลอดเวลาหกสัปดาห์ที่ผ่านมา สโมสรหาเงินได้ ๒๑,๐๐๐ เหรียญ จากองค์กร บริษัท และบุคคลทั่วไปเพื่อนำไปใช้โครงการต่อสู้กับอีโบลา ช่วยให้เราสามารถจัดหาสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ในโรงพยาบาล เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของโรค และเพื่อการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข ในขณะที่เราบริจาคเงินให้องค์กรต่าง ๆ ความต้องการที่แท้จริงก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น  เราจำเป็นต้องรณรงค์ต่อเนื่องต่อไป
การบริจาค
สิ่งที่เราบริจาคและส่งมอบไปแล้วประกอบด้วย ถุงมือตรวจโรค ๑๐,๐๐๐ คู่  ถุงมือผ่าตัด ๓,๐๐๐ คู่  ถุงมือสำหรับสูตินารีเวช ๑,๒๐๐ คู่ ถังพลาสติกมีท่อสำหรับล้างมือ ๑๐๐ ใบ เสื่อพีวีซีสำหรับคนไข้ ๘๐ ผืน รองเท้าบู้ทยาง ๑๒๐ คู่ คูปองเพื่อเติมน้ำมันสำหรับพาหนะที่ใช้ในการทำงานโครงการอีโบลา  สบู่ ผ้าปูเตียง ผ้าใบกันน้ำเพื่อเป็นส่วนต่อขยายพื้นที่ชั่วคราวของโรงพยาบาล และยาหลายประเภทรวมทั้งอาหารสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา.
เราได้เผยแพร่ข่าวโครงการนี้ผ่าน ROTARY IDEAS ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลเรื่องต่าง ๆ ของโรตารี ซึ่งท่านก็สามารถเข้าไปค้นหาเรื่องที่สนใจได้ที่ลิงค์ ROTARY IDEAS  เราสัญญาว่าจะให้บริการแก่มวลมิตรโรแทเรียนเพื่อร่วมกันทำสิ่งดี ๆ แก่โลกนี้

Monrovia Rotary Club spearheads Ebola relief campaign


Photo courtesy of Wilson Idahor, Rotary Club of Monrovia
Photo courtesy of Wilson Idahor, Rotary Club of Monrovia
By Monique Cooper-Liverpool, Rotary Club of Monrovia, Liberia
We are just past the five-month anniversary of Liberia’s first encounter with the Ebola virus. We are more than 40 days into a declared national health emergency, a month into a national state of emergency, and on the third week of an imposed national curfew, the first since our civil conflict ended in 2003. Nine international airlines have cancelled or suspended service to Liberia, with only two international carriers continuing to operate, overbooked and overpriced.
As of two weeks ago, 613 lives have been lost to the Ebola virus, a total of confirmed, probable or suspected cases. Countless others have also died because the frail remnants of the decimated hospitals, clinics, and health centers simply cannot cope or health care workers are too afraid to treat more common illnesses or conduct routine procedures.
Support campaign begins
The Ebola virus has hit us at a vulnerable time: we are already on our third successive year of budget short-falls and low global prices in our export commodities, with a resulting high inflation and soaring exchange rate.
Obviously, this has been more than a clarion call for us as the Rotary Club of Monrovia and our Ebola support campaign began at our leadership induction on 4 July. During her speech, our club president, Vicki Cooper-Enchia, committed the club to raise $1,000 to purchase gloves for health care workers responding to Ebola patients. We reached the target that same day and donated 10,000 gloves to the Ministry of Health on 7 July.
Since then, the number of recorded cases has nearly tripled and we’ve also stepped up our resource mobilization and response. Through our club members who work in the Ministry of Health and Liberia’s largest teaching hospital, the John F. Kennedy Medical Center, we established contact with national response leaders to get accurate information on priority needs.
Over the past six weeks, our club has raised $21,000 from organizations, companies, and individuals to support our Ebola response campaign. This tremendous generosity has allowed us to provide urgently needed items to hospitals, Ebola holding facilities, and the Ministry of Health.  As we continue to donate, the needs also continue increasing in efforts to contain this deadly virus.
Donations
Our donations to the government have included 10,000 examination gloves, 3,000 pairs of sterile surgical gloves, 1,200 pairs of gynecological gloves, 100 plastic buckets with spouts for hand-washing, 80 PVC covered mattresses for patients in holding and treatment facilities, 120 pairs of rubber rain boots for health care workers, fuel coupons for Ebola response vehicles, soap, bed sheets and mattress covers, tarpaulin for reconditioning a temporary hospital waiting area, and assorted medicines and food items for patients undergoing treatment.
We have set up our project on Rotary Ideas, Rotary’s crowdsourcing platform, where you can learn more about how you can help our effort. We are committed to doing more and are hoping to harness the goodwill of Rotarians around the world.
This post first appeared on Rotary Service Connection

Thursday, August 28, 2014

BUSINESS CLASS


Launch Detroit's Business class providing education background to borrowers
ก้าวสู่ชั้น (เรียน) ธุรกิจ
โรแทเรียนช่วยกันลงทุนกับเถ้าแก่ใหม่ในดีทรอยท์
บทความโดย แซลลีแอนน์ ไพรซ
รูปภาพโดย อลิซ เฮนสัน

--------------
Levi Johnson Jr. and his soul soup
ซ๊อสบาบีคิวที่ปรุงโดยเลวี่ จอห์นสัน รสชาติอร่อยมาก เขาเกิดที่เทสเนสซี่ เติบโตที่ดีทรอยท์ เรียนรู้วิธีปรุงอาหารแบบคนใต้ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ในช่วงพักร้อนที่บ้านเกิดของคุณแม่ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกคนแรกในครอบครัวที่เก็บกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อไปหางานทำในภาคเหนือ เพราะฉะนั้นเขาจึงเป็นเหมือนคนกรุงที่แปลกหน้าที่ร่วมเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน แต่เขากลับรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ในครัวที่บ้านนี้  ดูคุณตาทำอาหารและลิ้มรสซ๊อสสูตรต้นตำรับของเขาอย่างเอร็ดอร่อย

ต้องนับว่าจอห์นสันเป็นคนดีทรอยท์ เพราะเขาแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่นี่ ทำงานให้กับคณะกรรมการบริหารการศึกษา ทำหน้าที่เป็นช่างคอยดูแลรถบัสของโรงเรียน เวลาว่างเขาไปเล่นดนตรีกับวงดนตรีท้องถิ่น ช่วยงานโบสถ์ และปรุงซ๊อสสูตรมายทีไฟน์โซลของมิสเตอร์เลวี่เพื่อทานเล่นในครอบครัวและแจกเพื่อน ๆ 

ในปี พ.ศ.๒๕๕๓ ช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ โรงเรียนรัฐบาลจำนวนหนึ่งในสี่ต้องปิดตัวลง จอห์นสันตกงาน แต่ก็โชคดีที่เขาได้งานประเภทเดียวกันที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่เงินเดือนและสวัสดิการน้อยกว่าที่ทำงานเก่า "ผมทำงานนี้มาสิบเก้าปี แล้วอยู่ ๆ ก็มาตกงาน" เขากล่าว "ผมยังไม่แก่พอที่จะเกษียณอายุการทำงาน ดังนั้นผมจึงพูดกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ผมจะต้องค้นหาความสามารถในตัวเองที่จะแปลงมันเป็นรายได้ จุดนี้เองทำให้ผมเริ่มจริงจังกับการทำธุรกิจผลิตซ๊อสขาย"

จอห์นสันคือหนึ่งในจำนวนผู้ประกอบการใหม่ ๑๓ รายที่เข้าร่วมโครงการลอนช์ดีทรอยท์ ซึ่งดำเนินการโดยภาคโรตารี ๖๔๐๐ (บางส่วนของมิชิแกนและออนแทริโอ /แคนาดา) จัดบริการสินเชื่อขนาดย่อมและให้การศึกษาการประกอบธุรกิจ รวมทั้งจับคู่กับโรแทเรียนเพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เขาได้ทราบข่าวเกี่ยวกับโครงการนี้ในโรงครัวพ่อค้าแม่ค้าอาหารในตลาดอิสเทิร์น ซึ่งเป็นตลาดประจำเมืองเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ  "ผมคุยกับใครบางคนถึงรายละเอียดว่าต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้างเพื่อจะได้เงินจากโครงการนี้มาผลิตสินค้าซ๊อสเป็นจำนวนมาก" จอห์นสันเล่าให้ฟัง  "จากนั้นผมได้รับอีเมลหนึ่งวันก่อนที่จะมีการเริ่มสำรวจเก็บข้อมูลของโครงการลอนช์ดีทรอยท์"  เขาศึกษาโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อมของหน่วยงานอื่นเช่นกัน แต่โครงการเหล่านั้นจะต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมการเข้าร่วมโครงการมาก หรือไม่ก็ต้องเข้าร่วมศึกษาในชั้นเรียนวันทำงานปกติ "ดังนั้นเมื่อผมรู้ถึงรายละเอียดโครงการของโรตารี ผมรู้สึกว่าโครงการนี้ทำมาเพื่อสิ่งที่ผมรอคอยพอดิบพอดี มันตอบโจทย์ผมเลย คณะกรรมการวางแผนลอนช์ดีทรอยท์ตอบรับใบสมัครของจอห์นสันและอนุมัติเงินกู้ ๑,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ในเดือนมกราคม เขานำเงินก้อนนี้ไปทำสัญญาซื้อบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ และทยอยส่งของไปขายเป็นล๊อตเล็ก ๆ ที่เขตเกรทเลคส์  บริษัทที่รับซื้อก็ช่วยจอห์นสันในการปรับปรุงสูตรอาหารเพื่อให้เข้ากับตลาดที่กว้างขึ้น ช่วยออกแบบฉลาก ตลอดจนส่งตัวอย่างไปให้สำนักงานอาหารและยาอเมริกัน (ยูเอสดีเอ) ตรวจเพื่อออกใบอนุญาตผลิต โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถผลิตส่งให้ร้านค้าจำนวน ๖๐ แห่งได้ก่อนในเบื้องต้น  โดยในขณะนี้โรแทเรียนที่เป็นพี่เลี้ยงของจอห์นสันช่วยเอาซ๊อสแห่งจิตวิญญานนี้ไปช่วยวางขายตลาดระดับบนแถบชานเมือง  "ผมต้องเรียนรู้อีกมาก แต่ก็ค่อย ๆ เข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้มากกว่าในอดีต" จอห์นสันกล่าว "พอมีคนมาช่วยมากๆ โอกาสสำเร็จก็มีมากขึ้น"
สโมสรโรตารีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยส่งเสริมโครงการเงินกู้ขนาดย่อม (ไมโครไฟแนนซ์) ในประเทศสหรัฐอเมริกา  มีหลักฐานสนับสนุนว่าหากการให้เงินกู้พร้อมการอบรมและบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการรายย่อยจะได้ผลสัมฤทธิ์สูงสำหรับชุมชนที่ประสบภาวะลำบาก  แนวความคิดนี้เบ่งบานจากประเทศกำลังพัฒนาในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ซึ่งบังเอิญสอดคล้องกับความสามารถของสโมสรโรตารีที่มีอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ ต่าง ๆ ทั่วโลกโดยมีผู้นำในชุมชนเองที่มีความรู้ประสบการณ์มากล้นและยังมีเครือข่ายเพื่อนมากมายอีกด้วย
ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ มาริลีน ฟิทซ์เจอรัลด์ สมาชิกสโมสรโรตารีทราเวิร์สซิตี้เสนอความคิดเกี่ยวกับโครงการเงินกู้รายย่อยในดีทรอยท์ให้กับผู้นำในภาค ๖๔๐๐ ฟัง  ภาคนี้กินพื้นที่ดีทรอยท์ วินด์เซอร์ ออนแทริโอ และพื้นที่รอบนอกทั้งสองด้านของแม่น้ำดีทรอยท์  ก่อนหน้านี้เธอเคยทำโครงการเงินกู้รายย่อยในประเทศกำลังพัฒนา จากนั้นก็ใช้แนวความคิดเดียวกันไปช่วยเกษตรกรในเขตภาคเหนือของมิชิแกน
"ถ้าเราทำโครงการเงินกู้รายย่อยสำเร็จในต่างประเทศได้ ทำไมเราจะทำให้มันสำเร็จไม่ได้ในดีทรอยท์" ฟิทซ์เจอรัลด์ถามตัวเอง  "ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นว่าเศรษฐกิจสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ความแตกต่างนี้เป็นเรื่องดี"
แลร์รี่ ไรท์ ประธานคณะกรรมการจัดทำแผนโครงการลอนช์ดีทรอยท์ รู้ดีว่าโครงการนี้ใช้เงินไม่มาก ประมาณทศวรรษที่ ๑๙๗๐ เขาและซาราห์ (ภรรยา) ช่วยกันทำธุรกิจตกแต่งสวนโดยกู้เงินจากธนาคาร ๒,๕๐๐ เหรียญ เพื่อซื้อเครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน  และเช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจรายย่อยอื่น ๆ ครอบครัวไรท์พบกับมรสุมชีวิต แต่ในที่สุดก็สามารถหาเงินมาคืนเงินกู้นั้นได้ และยังสามารถต่อยอดธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยก็ตาม
Williams and her baby clothes biz
"เราต่างเจ็บปวดจากสิ่งที่เราเห็นรอบ ๆ ตัวเราในบ้านเมืองนี้ และเรารู้ว่ามันน่าจะดีกว่านี้ได้" ไรท์ ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกสโมสรโรตารีเทย์เลอร์กล่าว  สโมสรนี้อยู่นอกเมืองแถวท้ายแม่น้ำดีทรอยท์  "ตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีมากสำหรับการเริ่มทำโครงการนี้  เรารู้สึกว่ามันเป็นโอกาสเหมาะที่เราจะก้าวเข้ามาทำมาทำอะไรบางอย่างที่เป็นสิ่งดี โดยเริ่มจากการทำสิ่งเล็ก ๆ นี้ก่อน"
โครงการนี้ได้รับการพิจารณาให้อยู่ในโครงการหลักหกประเภท เริ่มแรกตั้งเป้าหมายไว้ที่ผู้ประกอบการสุภาพสตรีในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของดีทรอยท์ซึ่งมีประชาชนเชื้อสายเม็กซิกันเป็นจำนวนมาก แต่ใบสมัครที่ส่งเข้ามานั้นกลับกลายเป็นมาจากทุกส่วนของดีทรอยท์ คณะกรรมการจึงต้องรับผู้สมัครมากเป็นสองเท่าจากที่คาดไว้ ส่วนผสมของผู้ประกอบการ ๑๓ รายมีตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ ซึ่งครอบคลุมสถานที่ ๆ เป็นทั้งในห้องครัวของบ้านไปจนถึงร้านค้าที่อยู่ในอาคารเก่าแก่มีอายุนับร้อยปี ทุกรายมุ่งหวังที่จะเติบโต พัฒนาธุรกิจที่ทำอยู่ให้คุ้มกับเงินที่นำไปลงทุน
ฟิตซ์เจอรัลด์ช่วยไรท์และทีมงานพิจารณาโครงการที่สมัครเข้ามา  นอกจากการให้เงินกู้จำนวน ๑,๐๐๐ - ๒,๕๐๐ เหรียญที่มีดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ต่อปี และต้องชำระคืนภายในหนึ่งปีแล้ว โปรแกรมนี้ยังจัดให้มีการให้ความรู้ และจัดหาพี่เลี้ยงแบบหนึ่งต่อหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีโอกาสเข้าถึงเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งไรท์กล่าวว่า "เครือข่ายธุรกิจนี้ตามที่เรารู้กันดีว่า สำหรับโรแทเรียนมันมีค่าเป็นอย่างมาก เราสามารถนำทรัพยากรที่มีค่านี้ถ่ายทอดให้ผู้ประกอบการในโครงการได้ใช้ประโยชน์ นั่นก็คือบริการอาชีพของโรตารีนั่นเอง"
ขั้นตอนแรกของการทำโครงการนี้คือการหาทุน  ซึ่งมีสโมสรโรตารี ๑๒ แห่งในภาคบริจาคให้และยังมีวิทยาลัยแห่งอัลเลนพาร์คซึ่งผู้อำนวยการเป็นโรแทเรียน มอบเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ เหรียญ  เงินที่บริจาคนี้เตรียมไว้เพื่อการจัดการศึกษาทางด้านธุรกิจแก่ผู้ขอเงินกู้  โครงการนี้ใช้สถานที่ของวิทยาลัยเบเคอร์ จัดโปรแกรมให้เรียน ๕ ครั้งในช่วงฤดูใบไม้ล่วงปี ๒๕๕๖ แต่ละครั้งจะพูดถึงเนื้อหาทางธุรกิจที่แตกต่างกัน เช่นวิชาบัญชี กฎหมาย แล้วค่อย ๆ ทำความเข้าใจผ่านกรณีศึกษาที่เข้มข้นขึ้นในแต่ละครั้ง  ผู้ที่จะเป็นพี่เลี้ยงก็จะได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ในครั้งแรก ๆ เมื่อผ่านไปสองสามครั้งแล้วจึงให้เข้าจับคู่กับผู้สมัคร.
เอียร์มา เฟินเต้ เจ้าของร้านขายเครื่องมืออในดีทรอยท์ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ หลังเลิกเรียนเธอชอบอยู่พูดคุยกับเพื่อนและกลับเป็นคนหลัง ๆ  เธอกับสามีย้ายมาอยู่ที่ดีทรอยท์หลังแผนดินไหวครั้งใหญ่ในเม็กซิโกปี พ.ศ.๒๕๒๘ พวกเขาต้องช่วยกันเลี้ยงลูกชายสองคน เธอเองออกจะไม่มั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเองเท่าไหร่ ดังนั้นจึงค่อนข้างเครียดเวลาที่จะต้องไปเข้าชั้นเรียนใหม่ แต่ความจำเป็นบังคับเกี่ยวกับธุรกิจที่กำลังแย่ ทำให้เธอไม่มีทางเลือกมากนัก
"การศึกษานั้นเป็นสิ่งมีคุณค่า แต่คนที่อายุมากอย่างดิฉันการจะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มันไม่ง่ายนัก"  เฟินเต้กล่าว "แต่พอมีพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจ คุณก็เรียนรู้ได้อย่างสบาย และถ้าคุณทำได้ เพื่อนบ้านของคุณก็น่าจะทำได้ คนที่อยู่เมืองอื่นก็น่าจะทำได้เหมือนกัน" หน้ากระดาษสีเหลืองจากนิตยสารเก้าแก่ฉบับหนึ่งติดอยู่บนผนังใต้หน้าต่างในร้านของเธอบอกได้ว่าร้านนี้มีตัวตนอยู่ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๔๐ ตอนนั้นแถวนี้มีแต่ชาวโปแลนด์  เศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงทศวรรษ ๒๐๐๐ ส่งผลให้ชาวบ้านแถวนี้มีชีวิตที่ลำบาก  แต่หากคุณมองหน้าเฟินเต้ที่มีแต่รอยยิ้มคุณจะไม่มีทางรู้ถึงความลำบากที่เธอเคยประสบมาก่อน  เธอรับภาระดูแลร้านนี้มาหลังจากที่สามีเสียชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘ เธอเองต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งทรวงอกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๒ แต่เฟินเต้สามารถปลอบประโลมใจตัวเองได้จากกำลังใจที่ได้จากลูกชายทั้งสองและหลานอีกสามคน รวมทั้งเพื่อนบ้านในชุมชนที่ร้านของเธอให้บริการอย่างดีมาตลอด.
"ฉันสอนลูก ๆ เสมอว่า ถ้าแม่เดินได้หนึ่งก้าว พวกเขาจะต้องเดินได้สองก้าว" เธอกล่าว "ดิฉันพอใจที่จะเป็นคนแรกในชุมชนที่จะเริ่มทำอะไรก็ตาม"
เฟินเต้ สำเร็จการฝึกอบรมตามโปรแกรมพร้อมกับเพื่อนรุ่นเดียวกันอีก ๑๒ คนในเดือนเดือนมกราคม  เธอเอาเงินที่กู้ได้นี้ไปซื้อสินค้าคงคลังเพิ่มเติม หลังจากนั้นเธอดำเนินงานภายใต้การดูแลของโรแบร์โต ซานเชส โรแทเรียนพี่เลี้ยงของเธอ ซึ่งเป็นผู้มีเชื้อสายสเปนและเป็นอดีตผู้ว่าการภาคและประธานการเงินภาค  เขาจะมาเยี่ยมที่ร้านเป็นครั้งคราวเพื่อดูว่าธุรกิจเป็นอย่างไร และในฤดูร้อนที่จะมาถึงเขาอาสานำสโมสรโรตารีต่าง ๆ ให้เตื่นตัวในการเข้าชุมชนและสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับประชาชน
ซานเชสและไรท์ทั้งคู่เป็นกรรมการในคณะกรรมการลอนช์ดีทรอยท์ และอาสาเป็นพี่เลี้ยงให้  ประสบการณ์ของพวกเขาจะช่วยทำให้โครงการนี้ได้ผลที่น่าพอใจในอนาคต  "ก่อนจะมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงเราต้องไปเข้าคอร์สอบรมการเป็นพี่เลี้ยงก่อน แต่พลังงานของพวกเราจะใช้ไปมากในเรื่องของการพัฒนาความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นในรอบการทำงานต่อไป" ไรท์กล่าว "การเป็นพี่เลี้ยงในตอนนี้จะช่วยให้งานในอนาคตมันง่ายขึ้น"
ครอบครัวไรท์ได้รับมอบหมายให้มาช่วยไบรอันนา บริเดล วิเลียมส์ ผู้สมัครขอกู้อายุเพียง ๒๖ ปี เด็กที่สุดในกลุ่มรุ่นนี้ เธอเริ่มทำธุรกิจชื่อ "ดีครีเอทเต็ด" มาสามปีแล้ว  ธุรกิจนี้คือการทำเสื้อผ้าเด็กขายในระบบออนไลน์ที่ทำกันในห้องใต้ดินของออฟฟิศในสวนสัตว์ดีทรอยท์ที่คุณแม่ของเธอทำงานตามสัญญาจ้างงานชั่วคราว และเธอก็โตมาจากห้องใต้ดินนี้เช่นกัน
"ตอนที่เราเริ่มทำงานนี้ เรามีเพียงแลบท๊อปตัวหนึ่ง จักรเย็บผ้า และตัวฉันกับแม่" วิลเลียมส์ทบทวนความหลังให้ฟัง  "วันนี้เราก้าวไปสู่จุดที่สามารถส่งของขายตามคำสั่งซื้อที่มาจากนิวซีแลนด์และบราซิล"  คุณแม่โยลันดา ทำหน้าที่ตัดเย็บและออกแบบ ในขณะที่วิลเลี่ยมส์คอยติดต่อลูกค้า คอยจัดหาผ้า หาออร์เดอร์ ส่งเสริมการขายในระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ และตอบอีเมลในตอนกลางคืนที่อาจถามเข้ามาจากผู้ที่กำลังจะเป็นแม่คน ที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของเธอไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ผ้าห่ม ถุงผ้าอ้อม และเครื่องใช้ทารกต่าง ๆ
"ฉันรู้ว่ามีอีกหลายอย่างที่ยังไม่รู้ ฉันก็พยายามเรียนรู้ตลอด"  วิลเลียมส์กล่าว แม้มีทีท่าว่ามีความกระตือรือร้นและวินัยในการทำงานสูง เพราะเธอต้องการพัฒนาตัวเองให้เป็นมืออาชีพ "แลร์รี่และซาร่าห์มีประสบการณ์มากกว่าฉัน ฉะนั้นหากมีเรื่องที่ฉันยังขาดประสบการณ์ ฉันรู้ว่าจะปรึกษาใครได้ นี่คือประโยชน์อันยิ่งใหญ่"  โครงการลอนช์ดีทรอยท์ช่วยพาความฝันของวิลเลี่ยมส์ไปสู่ความเป็นจริง เธอนำเงินไปจ่ายดาวน์สัญญาซื้อห้องโชว์สินค้าในแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นลิเวอร์นัวส์  แม่ลูกคู่นี้ทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์เพื่อผลิตสินค้าส่งให้ทันตามออร์เดอร์ที่รับจากหน้าร้านที่เปิดใหม่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  และช่วงฤดูร้อนธุรกิจก็จะเริ่มหนาแน่นขึ้นเพราะเป็นช่วงที่พ่อค้าแม่ค้าเอาสินค้าออกวางขายตามย่านถนนคนเดินใจกลางเมือง
วิลเลี่ยมส์ยังแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการบริการอาชีพของสโมสรโรตารีที่ไรท์สังกัด ซึ่งเขามีแผนที่จะไปทำกิจกรรมเพื่อแม่มือใหม่ในประเทศนิคารากัว  ธุรกิจของวิลเลี่ยมส์ได้รับโอกาสให้ผลิตชุดผ้าอ้อมจำนวน ๑,๘๐๐ ชุดเพื่อร่วมในโครงการความช่วยเหลือบรรดาคุณแม่ในเมืองชีนานดิก้า (ประเทศนิคารากัว) "เราพยายามเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งหลายได้มีส่วนร่วมลงมือทำโครงการของโรตารี" ไรท์อธิบาย "เราจะพูดว่า นี่คือการทำงานจิตอาสาของเหล่าโรแทเรียน และเราหวังว่าพวกคุณก็จะทำแบบเดียวกันเมื่อคุณเติบโตขึ้นเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ  คุณก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ตอบแทนสังคมและชุมชนของคุณเอง"  
คณะกรรมการลอนช์ดีทรอยท์คาดว่าจะได้เริ่มโครงการรอบใหม่โดยการเปิดชั้นเรียนธุรกิจเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่สมัครขอเงินกู้กลุ่มใหม่ภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้  ทีมงานของไรท์ได้เยี่ยมสโมสรโรตารีอื่น ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดและแบบจำลองของโครงการเพื่อสโมสรเหล่านั้นจะพิจารณาเข้ามีส่วนร่วมในโครงการนี้ และชักชวนธุรกิจท้องถิ่นให้เข้าร่วมด้วย แต่กลุ่มก็ยังไม่จบเร็วนักสำหรับกลุ่มแรกที่ผู้ประกอบการยังคงมีการทำเวิร์คชอปกันทุกเดือนในหัวข้อต่าง ๆ เช่น การบัญชีขั้นสูง และการตลาดระดับรากหญ้า  พวกเขายังช่วยกันหาทุนและหาหุ้นส่วนธุรกิจ และองค์กรพัฒนาธุรกิจอื่น ๆ แล้วผู้กู้ที่คืนเงินกู้เร็วก็จะมีโอกาสในการกู้เงินก้อนใหญ่ขึ้นเพื่อพัฒนาธุรกิจของตนเองต่อไป  
นี่เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างวิลเลี่ยมส์  ในขณะที่หนุ่มสาวรุ่นเดียวกับเธอต้องออกนอกเมืองผลิตรถยนต์อย่างดีทรอยท์แห่งนี้ เพื่อหางานทำที่อื่นที่รุ่งโรจน์กว่า  วิลเลี่ยมส์ยืนยันจะอยู่ที่นี่ทำธุรกิจของเธอต่อไป "ฉันตั้งใจที่จะทำดีครีเอทเต็ดห้เป็นธุรกิจของเมืองนี้"  เธอกล่าว "อนาคตของดีทรอยท์มีอีกมากมาย" 

===========
(บทสัมภาษณ์)
'เราไม่ใช่พวกหัวเก่า'
เดอะโรแทเรียนคุยกับนักเขียน มาริลีน ฟิทซ์เจอรัลด์ เกี่ยวกับสาเหตุและวิธีการที่เงินกู้รายย่อย (ไมโครไฟแนนซ์)ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา  สมาชิกสโมสรโรตารีทราเวิร์สซิตี้ผู้นี้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยกลุ่มปฏิบัติการโรตารี สาขาไมโครไฟแนนซ์และการพัฒนาชุมชน

เดอะโรแทเรียน : คุณได้ปรับเปลี่ยนหลักการไมโครไฟแนนซ์อย่างไรบ้างเพื่อให้มันใช้ได้ในอเมริกา
ฟิทซ์เจอรัลด์     : ในประเทศกำลังพัฒนา คุณอาจต้องการเงินเพียง ๒๕๐ เหรียญเพื่อลงทุนทำอะไรสักอย่างแล้วสามารถทำกำไรอย่างเพียงพอ  ที่นั่นเป้าหมายของเงินกู้อาจใช้ไปเพื่อทำให้ท้องอิ่ม ลูกไปโรงเรียนได้  แต่เป้าหมายเหล่านี้คงใช้ไม่ได้กับที่อเมริกาที่ให้กู้รายย่อยกันมากถึง ๒,๕๐๐ เหรียญ เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจมันสูงกว่ากันมาก แต่เราสามารถช่วยสร้างเครดิตให้พวกเขาได้ 
แต่เดิมผู้กู้อเมริกันต้องเป็นคนมีเครดิตดีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เราพยายามให้กู้กับผู้กู้ที่ต่างไปจากเดิม แล้วเปลี่ยนเขาเหล่านั้นให้เป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและสุดท้ายจึงเข้าสู่วิธีดั่งเดิมในการขอกู้จากธนาคาร  ความล้มเหลวในอัตราชำระคืนเงินกู้ในประเทศนี้เกิดกับธุรกิจขนาดย่อมสูงมาก  ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่สามารถทำกิจการให้สำเร็จภายในช่วงข้ามคืน หลายรายได้พยายามทำในสิ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จซ้ำแล้วซ้ำอีก โครงการไมโครไฟแนนซ์ให้โอกาสแก่เจ้าของธุรกิจเหล่านี้และวางเส้นทางธุรกิจที่เขาสามารถอยู่ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน 

เดอะโรแทเรียน :  แล้วถ้ายกเรื่องการตรวจสอบประวัติเครดิต และไม่ต้องมีหลักทรัพย์คำ้ประกันออกไป คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้กู้จะชำระคืนเงินเมื่อถึงกำหนด
ฟิทซ์เจอรัลด์     : ในประเทศกำลังพัฒนา เราใช้วิธีเพื่อนควบคุมเพื่อน ทุกคนในกลุ่มเพื่อนรับผิดชอบต่อเงินกู้ และกลุ่มก็กำหนดวิธีการจัดการกับคนที่ไม่ชำระคืนเงินกู้  ที่นี่เราให้กู้เป็นแต่ละรายแยกจากกัน แต่เราก็มีโรแทเรียนที่มีความรู้ลึกในการทำธุรกิจคอยให้ความรู้ เป็นพี่เลี้ยง และเป็นกำลังสนับสนุนอยู่ตลอด ถ้าคุณกู้เงินจากธนาคารและเพิกเฉยการชำระคืน คุณจะได้รับจดหมายเป็นกอง ๆ จากธนาคาร จดหมายพวกนี้คุณไม่อยากเปิดอ่านแน่นอน  อันนี้เป็นวิธีการแบบเดิม ๆ แต่เราไม่ใช่สถาบันแบบเก่า เราต้องการสร้างความสัมพันธ์ ถ้าผู้กู้ไม่ประสบความสำเร็จ เราจะเข้าไปคุยด้วยแล้วช่วยวิเคราะห์ปัญหาด้วยกัน  และถ้าจำเป็นเราก็ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้หรือช่วยเขาปรับเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจให้มันประสบความสำเร็จ
เดอะโรแทเรียน : คุณมีคำแนะนำอะไรให้กับสโมสรโรตารีอื่นๆ ที่อยากทำโครงการไมโครไฟแนนซ์หน่อยไหม
ฟิทซ์เจอรัลด์     : ก่อนอื่นต้องประเมินความสนใจของคน  ในดีทรอยท์เราแจกใบปลิวให้คนในชุมชนและจัดประชุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ถามหาความตั้งใจจริงและความช่วยเหลือที่เขาต้องการจริง ๆ คุณต้องให้ความใกล้ชิดกับผู้กู้ของคุณ ตรวจดูว่าเขามีทรัพยากรอะไรของตัวเองอยู่บ้าง จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร เจาะใจเขาให้บอกความต้องการที่แท้จริงว่าต้องการเห็นกิจการของตัวเองเป็นอย่างไร  จากนั้นคุณต้องใคร่ครวญดูว่าอะไรสำคัญต่อองค์กรของคุณ แล้วจึงต่อรองกับผู้สมัครขอเงินกู้เรื่องเงื่อนไขที่จะนำเขาไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ คุณเองก็ต้องตัดสินใจในภาพรวมว่าอยากเห็นอะไรเกิดขึ้น แค่ให้รู้สึกดีคงจะไม่พอ จะต้องกำหนดให้ได้ว่าอะไรคือเครื่องมือในการวัดความสำเร็จของโครงการ  การวางแผนกลยุทธ์ก็มีความสำคัญเพราะผู้บริจาคและผู้อุปการะต้องการเห็นภาพที่ชัดเจนว่าคุณกำลังพยายามทำอะไรอยู่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสโมสรโรตารีต่าง ๆ เพราะคุณต้องคุยกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับผู้ประกอบการเพื่อขอโอกาส นี่ไม่ใช่การทำการกุศล โรแทเรียนเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี