สิทธิแห่งการเป็นผู้นำมาจากไหน?
แน่นอนว่าคงไม่ได้มาโดยวิธีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง คนที่มีตำแหน่ง สถานะ ลำดับชั้น หรือจบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อ คงยังไม่ใช่คุณสมบัติที่เพียงพอจะไปนำใครคนอื่นได้ และความสามารถในการนำก็ไม่ได้ได้มาอย่างอัตโนมัติเมื่อคน ๆ หนึ่งอาวุโสขึ้นหรือมีประสบการณ์มากขึ้น ก็คงไม่ใช่อีกเช่นกันที่จะบอกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะมอบสิทธิในการนำให้คนอีกคนหนึ่งได้ เพราะสิทธิในการนำต้องมาด้วยการแสดงออกอย่างเพียงพอและนั่นก็อาศัยเวลาพอสมควร
ผู้นำประเภทที่ใคร ๆ ก็อยากตาม
กุญแจสำคัญของการเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้อื่นทำตาม แต่อยู่ที่การทำให้ตัวเองเป้นแบบอย่างที่คนอยากตาม คุณจะต้องเป็นคนประเภทที่ผู้อื่นให้ความไว้วางใจที่จะนำเขาไปในที่ ๆ เขาต้องการไป จงใช้แนวทางต่อไปนี้เมื่อคุณเตรียมตัวเป็นผู้นำที่ดีและเติบโตในอนาคต
- ปล่อยวางตัวตนของ "กู".
- ก่อนนำเขาต้องตามเป็น.
- สร้างสายสัมพันธ์ที่ดี.
- ทำงานเพื่อความเป็นเลิศ.
- ยึดมั่นในวินัย ไม่ไหลตามอารมณ์.
- ตั้งเป้าหมายสู่คุณค่าที่สูงขึ้น.
- กระจายอำนาจ.
ผู้นำที่แท้จริงจะไม่ครองความเป็นผู้นำเพื่อประโยชน์ของตนเอง เขานำเพื่อผู้อื่น คงเปรียบได้กับสิ่งที่ลอว์เรนซ์ กี เบลล์กล่าวไว้ว่า "ถ้าคุณบอกได้ว่าใครไม่เกี่ยงที่จะทำงานที่ไร้ความสำคัญ แล้วผมจะบอกคุณว่าใครบ้างที่เชื่อไม่ได้ที่จะให้ทำงานใหญ่"
ผู้นำที่ไม่เรียนรู้การเป็นผู้ตามที่ดีก่อนยากที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สถาบันฝึกอบรมผู้นำอย่างเช่น สถาบันฝึกวิชาทหารสหรัฐอเมริกาจะสอนให้เจ้าหน้าที่รู้จักการเป็นผู้ตามที่ดีก่อน และเป็นเหตุผลว่าทำไมเวสปอยท์จึงสามารถผลิตผู้นำได้มากกว่าฮาร์วาร์ด
ภาวะผู้นำคืออำนาจ ไม่มากและไม่น้อยกว่านั้น หมายความว่ามันเกี่ยวพันธ์กันโดยธรรมชาติ ผู้นำรุ่นปัจจุบันรู้ข้อเท็จจริงนี้ เพราะตำแหน่งและฐานะมีความหมายเพียงเล็กน้อยสำหรับพวกเขาเพราะพวกเขารู้กันว่าจะเดินตามคนที่เข้ากับพวกเขาได้ดี
คนธรรมดาสามัญย่อมไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำ ผู้นำจะได้รับสิทธิแห่งการนำก็ด้วยการทำหน้าที่อย่างเต็มที่และทุ่มเท เขาไม่ได้มาทำงานด้วยมือเปล่าหรือเพียงแค่มีสมองและความสามารถเท่านั้น แต่เขาทำงานด้วยความเอาใจใส่และทุ่มเทอย่างหนักหน่วง เขาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในระดับสูงสุดของความรู้ความสามารถที่มี
ภาวะผู้นำมักทำได้ง่ายในเวลาที่ดี ๆ กันอยู่ แต่ผู้นำที่แท้จริงเกิดขึ้นตอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะต่อต้านคุณ ตอนที่คุณหมดเรี่ยวแรง และคุณไม่ต้องการจะนำอีกต่อไป ตลอดฤดูกาลที่ผันผ่านไป ห้วงเวลาสำคัญของผู้นำคือตอนที่ต้องเลือกระหว่างฝีืนเดินหน้าต่อไปกับการล้มเลิก เมื่อเวลาเช่นนั้นมาถึงให้ยึดมั่นในหลักการ ไม่ผันแปรไปตามเม็ดทรายแห่งอารมณ์
เมื่อคุณพิจารณาผู้นำที่ชื่อเสียงของท่านยังคงอยู่ในใจคนหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจไปแล้ว คุณจะพบว่าพวกเขาเหล่านั้นทำในสิ่งที่ช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นและช่วยผู้อื่นได้ทำสิ่งที่เขามีศักยภาพที่จะทำได้ นั่นคือคุณค่าของการเป็นผู้นำ เพราะเขานำคุณค่าที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นกับผู้อื่น
สิ่งที่ท้าทายความสามารถความเป็นผู้นำคือหากจะเป็นผู้นำที่ดีขึ้นกว่าเดิมแล้วคุณต้องรู้จักแบ่งปันอำนาจที่คุณมีให้แก่ผู้อื่นไม่ใช่เก็บมันไว้กับตัวเองทั้งหมด คุณต้องทำตัวให้เป็นแม่น้ำ ไม่ใช่อ่างเก็บน้ำ หากคุณใช้อำนาจเพื่อการเพิ่มอำนาจให้ผู้อื่น ภาวะความเป็นผู้นของคุณจะได้รับการขยายต่อยอดออกไปเกินกว่าอำนาจที่คุณมีอยู่เดิม
-จอห์น แมกซ์เวลล์
No comments:
Post a Comment