Wednesday, April 27, 2016

STOP MOTHER FROM DYING: A ROTARIAN'S QUEST FOR VOCATIONAL SERVICE

โครงการอบรมอาชีพ- ช่วยแม่คลอดให้รอดตาย
โดย อดีตผู้ว่าการภาค ดร.หิมานซู บาซู ผู้ประสานงานฝึกอบรมด้านเทคนิคเพื่อกิจกรรมสุขภาพแม่และเด็กของมูลนิธิโรตารี
ทุกห้านาทีมีแม่ ๓ คนกับเด็กทารกเกิดใหม่อีกจำนวน ๒๐ คน ต้องเสียชีวิตไป ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอัฟริกาและอนุภูมิภาคอินเดีย  ผมตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการตายของแม่และเด็กอยู่เสมอว่าเราน่าจะป้องกันได้
เมื่อครั้งที่ภาคโรตารีของเราได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องวิสัยทัศน์อนาคตโรตารี ๒๐๑๐  เราก็มองเห็นช่องทางที่จะสามารถสนับสนุนโครงการที่เน้นเรื่องสุขภาพแม่และเด็ก  ผมทราบดีว่าโครงการแบบนี้จะสร้างผลกระทบที่เป็นประโยชน์ต่อเนื่องออกไปและเป็นผลที่มีความยั่งยืน  นอกจากนี้เราวางยุทธศาสตร์การทำงานที่จะส่งผลที่ประเมินความสำเร็จได้ และมีองค์ประกอบของผลที่สำเร็จบรรลุผลสำเร็จที่มองเห็นได้  แต่อย่างไรก็ดีโครงการแบบนี้ก็ต้องผ่านการทดสอบจากโครงการนำร่องที่ทุกฝ่ายต้องเฝ้าดูผลการดำเนินการอย่างใกล้ชิดและทำการประเมินอย่างตรงไปตรงมา
ประสานใจ
เพื่อนและผู้ให้การสนับสนุนหลายท่านในองค์กรระหว่างประเทศก็ดี หน่วยงานภาครัฐหรือนอกภาครัฐก็ดี ตลอดจนองค์กรโรตารีเอง ทุกองค์กรในทุกระดับช่วยกันพัฒนาโปรแกรมขึ้น ผ่านการประสานงานกันในชื่อรหัสโครงการ "CALMED"  (Collaborative Action in Lowering of Maternal Encoutered Deaths หรือ ปฏิบัติการร่วมมือเพื่อลดเหตุแห่งการตายในมารดา) จึงได้ถือกำเนิดขึ้น
แน่นอนว่าปัญหาสุขภาพแม่และเด็กนั้นได้รับการจัดลำดับความสำคัญและบรรจุไว้ในหนึ่งในหกโครงการที่โรตารีให้ความสำคัญลำดับต้น และปัญหาของแม่และเด็กบางครั้งก็มองเห็นไม่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นโรแทเรียนหรือคนนอกโรตารีก็ตาม  พวกเราส่วนมากไม่รู้ว่าช่วงเวลาสุกงอมที่หญิงตั้งครรภ์และให้กำเนิดลูกมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะเสียชีวิตนั้นในไนจีเรียมีมากถึง ๑ ใน ๔๐ คน และมี ๑ ใน ๒๕๐ คนในอินดีย ในขณะที่มีเพียง ๑ ใน ๕,๙๐๐ คนในสหราชอาณาจักร  และแม้อัตราการเสียชีวิตนี้อาจหลีกเลี่ยงได้ อัตราการตายแบบนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป
พลังยิ่งใหญ่แห่งเครือข่ายโรตารี
ส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามโครงการนำร่องนี้ คือเราต้องระบุความความต้องการที่แท้จริงเพื่อจัดสรรทรัพยากรที่โรตารีจัดหามาให้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งหมายรวมถึงผู้ที่อยู่ในวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น แพทย์ พยาบาล แพทย์ผดุงครรถ์  เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และอาสาสมัครต่าง ๆ  ทั้งหมดมีบทบาทสำคัญในการช่วยปฏิบัติงานตามโครงการลดอัตราการเสียชีวิตของแม่และเด็ก
ด้วยว่าผมมีความรับผิดชอบในฐานะประธานมิตรภาพวิชาชีพแพทย์ในโรตารีจึงเป็นธรรมดาที่ผมจะต้องพยายามขายความคิดโครงการ CALMED ให้โรแทเรียนทั่วโลกในเวทีการประชุมใหญ่โรตารีสากล การประชุมใหญ่ภาค ระดับโซน และการประชุมอินสติติวท์  ผมยังรับเป็นผู้อำนวยการด้านการแพทย์ให้กับกลุ่มปฏิบัติการโรตารีเพื่อประชากรและการพัฒนา  ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและให้ความรู้แก่โรแทเรียนที่สอบถามมาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพแม่และเด็ก
และในฐานะผู้ประสานงานการอบรมด้านเทคนิคเพื่อสุขภาพแม่และเด็กของมูลนิธิโรตารี ผมเข้าไปเกี่ยวข้องและติดต่อสื่อสารกับโรแทเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือในโครงการที่เกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องสุขภาพทางเพศและการวางแผนครอบครัว 
โครงการ CALMED คืออะไร
โครงการคาลเมด ใช้รูปแบบการอบรมที่จะสร้างความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ในการทำคลอดฉุกเฉินและการดูแลทารกแรกคลอด  เนื้อหาโครงการครอบคลุมไปถึงการระมัดระวังในระหว่างตั้งครรถ์และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำคลอดในชนบทที่ห่างไกลบริการทางการแพทย์ที่มีเครื่องมือครบถ้วน
องค์ประกอบที่สามของโครงการนี้คือการวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตระหว่างและหลังคลอดของแม่  จัดทำข้อเสนอเพื่อเป็นแนวทางป้องกันในอนาคต (เรียกว่า MDSR หรือ การเฝ้าระวังเพื่อตอบสนองต่อสาเหตุการเสียชีวิตของแม่)  เมื่อมีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นเราก็สามารถหาวิธีที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสาเหตุการตาย อย่างเช่นที่เราเรียกว่า การดูแลแบบแม่จิงโจ้ (KMC) ชุดป้องกันการช๊อค (NASG)  แนวคิดชั่วโมงทองคำ  เป็นต้น  ทั้งหมดก้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการแต่ละแบบ 
ทีมฝึกอบรมวิชาชีพสำหรับคาลเมด
ขณะนี้มีทุนสมทบระดับโลก ๓ ชุดที่ทำโครงการคาลเมดแบ่งตามที่ตั้งโครงการดังนี้
  • รัฐสิกขิม อินเดีย โดยมีเป้าหมายประชากร ๗ แสนคน เริ่มแล้วในปี พ.ศ.๒๕๕๖ ได้ทำการตรวจเยี่ยมโครงการในปี พ.ศ.๒๕๕๗ และ พ.ศ.๒๕๕๙
  • เมืองบุจ รัฐคุชราช อินเดีย  มีเป้าหมายประชากร ๒.๕ ล้านคน  เริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๕๕๗  เยี่ยมโครงการครั้งที่สองในปี พ.ศ.๒๕๕๙
  • มัธยประเทศ อินเดีย มีเป้าหมายประชากร ๓.๕ ล้านคน  เพิ่งเริ่มวางระบบ และจะมีการเข้าเยี่ยมในเดือนตุลาคม ๒๕๕๙
ถึงขณะนี้ ทีมงานทั้งหมดได้ให้การอบรมผู้เข้าร่วมโครงการไปแล้ว ๓๙ คน ซึ่งจะได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่อบรมหลัก  (จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๑๐๐ คน)  เจ้าหน้าที่อบรมหลักนี้จะต้องไปอบรมแพทย์และพยาบาลอีก ๒๖๔ คน (เป้าหมาย ๕๐๐ คน)  เพื่อให้เข้าใจการทำคลอดฉุกเฉินและการดูแลทารกแรกคลอด และต้องไปอบรมผู้ฝึกอบรมรุ่นต่อไปอีก ๙๕ คน 
ผลการทำงานของทีมอบรมวิชาชีพคาลเมด
ในเบื้องต้น โครงการนี้ต้องการขยายจำนวนบุคคลากรการแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านการทำคลอดฉุกเฉินและการดูแลแม่และเด็กหลังคลอด  และเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ร่วมโครงการที่เป็นกลุ่มสตรีในหมู่บ้านให้รู้จักการดูแลสุขภาพก่อนและหลังคลอดและสุขภาพเด็กที่คลอดใหม่  รายงานระบุว่าแพทย์และพยาบาลตามโครงการนี้มีความมั่นใจมากขึ้นในการดำเนินการทำคลอดนับตั้งแต่โครงการคาลเมดเปิดตัว  การติดตามผลหลังจากนั้นสามปีในรัฐสิกขิมแสดงให้เห็นว่ามีความคืบหน้ามากในตัวเลขที่ลดลงของอัตราการตายของแม่เหลือเพียงร้อยละ ๒๕ ของตัวเลขในหนึ่งปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับตัวเลขเมื่อสามปีก่อน ก่อนที่จะเร่ิมโครงการคาลเมด
จะช่วยได้อย่างไร
  • ลงทุนในโครงการเพื่อสุขภาพสตรีและเด็ก ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
  • ปลดปล่อยพลังแห่งการลุ่มลึกในวิชาชีพของบรรดาโรแทเรียนและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ๆ เรามีรูปแบบจากทีมฝึกอบรมคาลเมดที่อาจนำไปปรับใช้ได้
  • บอกเล่าความสำเร็จของคาลเมด และพิจารณาแนะนำโครงการคาลเมดให้ใช้ในพื้นที่ของท่าน หากอยู่ในพื้นที่ ๆ มีปัญหาการเสียชีวิตของแม่และเด็กในอัตราสูง
จงเริ่มวันนี้ โดยการเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซท์ของโครงการ หรือติดต่อที่ผู้ดูแล ไม่ว่าท่านมีปัญหาและความเห็นใด ๆ   เมื่อเราร่วมมือกัน เราสามารถหยุดสาเหตุที่ฆ่าแม่หลังคลอดได้

Monday, April 11, 2016

มือก็ไกว ดาบก็แกว่ง ถ้ามีแรง ชีวิตนี้ดีแน่

EMPOWERING MOTHERS BY PREVENTING INJURIES

Robert Zinser is surrounded by women whose lives were forever changed after receiving surgery to repair obstetric fistulas, a preventable childbirth injury that can lead to social isolation, nerve damage, and death.
Robert Zinser understands numbers. The economist and retired president for Asia at chemical giant BASF has spent his life analyzing and predicting future trends. So when he initiated a five-year, $3 million pilot project to reduce infant and maternal mortality in Nigeria – a country with the second highest mortality rate in the world – he was doing more than just betting it would make a difference. He knew it would.
“In Nigeria, 70 percent of births are home deliveries. If the labor goes on too long, a woman can suffer a fistula,” an injury that often results in a stillborn baby, causes chronic incontinence, and can lead to social isolation as well as infection, nerve damage, or death. “With fistulas, prevention is key,” says Zinser, who co-founded what became the Rotarian Action Group for Population Growth and Sustainable Development and serves as its CEO.
Using a comprehensive approach of better antenatal care and quality assurance techniques, the project has helped reduce maternal mortality rates in hospitals by 60 percent. Since 2005 they’ve also repaired 1,500 fistulas – 500 more than their initial goal – and added microcredit and vocational training to the pilot project.
“Many women with this condition had been thrown out of their homes and needed a way to make a living,” says Zinser, who is a past district governor and member of the Rotary Club of Ludwigshafen-Rheinschanze, Germany. “They didn’t even know the injury could be repaired until we started running radio programs showcasing true-to-life stories and community dialogues.”
A Rotary Foundation grant for $478,000, sponsored by Rotary District 9125 in Nigeria and the Rotary Club of Weissenburg, Germany, helped launch the project. It also attracted an additional $826,000 from the German government and the Aventis Foundation. Activities such as solar power and water projects, donations of materials including mosquito nets, and cash contributions complemented the effort.
“If you travel in the developing world, walk through slums, and talk to people, you know that the women are often dominated by the men,” says Zinser. “They are suffering. They lack support. Women cannot be empowered if they can’t make their own choices in antenatal care and child spacing. But if mothers are empowered and healthy, so are their families, leading to an alleviation of poverty and hunger.”
So what does the 85-year-old Zinser plan to tackle next? “Scaling up,” he says. “The time is ripe. Maternal health is in the spotlight because of the UN Global Strategy for Women’s and Children’s Health. We should replicate and publicize this pilot project.
”My friends ask me, ’Why don’t you go golfing with us?’ They don’t know how my Rotary work benefits me,” Zinser says. “More and more, scientists are advising that if you do good for other people, it will keep you young. When I’m in Africa, I feel I am the right man, at the right time, in the right place.”

By Vanessa N. Glavinskas
This story originally appeared in the June 2012 issue of The Rotarian.
6-Aug-2013
-----------
"มือก็ไกว ดาบก็แกว่ง" ถ้าแรงมีชีวิตนี้มีหวัง
โรเบิร์ต ซินเซอร์ เก่งเรื่องตัวเลข เขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เกษียณจากตำแหน่งประธานบริษัทเคมีที่ชื่อบาสฟ์ เอเซีย  เขาใช้เวลาตลอดชีวิตในการคาดคะเนและทำนายแนวโน้มอนาคต  ด้วยเหตุนี้ตอนที่เขาริเริ่มโครงการห้าปีที่ต้องใช้เงินสามล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อลดอัตราการตายของทารกเกิดใหม่ในประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีปัญหาอัตราเด็กเกิดใหม่ตายสูงเป็นอันดับสองของโลก โรเบิร์ตต้องทำมากกว่าการเดิมพันว่าผลของโครงการจะทำให้โลกมีอะไรที่แตกต่างเกิดขึ้น เขารู้ว่าผลที่เกิดขึ้นต้องมีมากกว่านั้นแน่
"ในไนจีเรีย แม่เจ็ดในสิบคนคลอดลูกที่บ้าน หากระยะเวลาในระบวนการคลอดนานเกินไป อาจส่วผลให้เกิดอาการฟิสตูลา ซึ่งเป็นอาการที่ส่งผลให้เด็กที่คลอดออกมาเสียชีวิต หรือผู้ป่วยมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ทำให้ต้องแยกตัวเองออกจากสังคม มีอาการติดชื้อ ประสาทบางส่วนถูกทำลาย หรือตายได้ในที่สุด  "สำหรับอาการฟิสตูลาแล้ว การป้องการคือวิธีที่ดีที่สุด"  ซินเซอร์กล่าว  เขาคือผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มปฏิบัติงานโรตารีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับประชากรในวัยเจริญเติบโต เขามีตำแหน่งเป็นซีอีโอของหน่วยงานนี้ 

วิธีการให้บริการครบถ้วนสำหรับแม่และเด็กก่อนคลอดรวมถึงเทคนิคการประกันสุขภาพ โครงการนี้ช่วยลดอัตราการตายของแม่ในโรงพยาบาลได้ ๖๐ เปอร์เซนต์ และได้ช่วยรักษาอาการป่วยฟิสตูลาสได้ถึง ๑๕๐๐ รายหรือเพิ่มขึ้น ๕๐๐ รายตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘  ซึ่งนับว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โครงการนี้ยังเพิ่มบริการฝึกวิชาชีพและการให้กู้ยืมเงินแบบไมโครเครดิตด้วย
"สตรีเป็นจำนวนมากที่ป่วยด้วยโรคแบบนี้มักถูกไล่ออกจากบ้าน และไร้หนทางในการทำมาหากิน" ซินเซอร์แล่าวจากสำนึกของผู้ที่เป็นอดีตผู้ว่าการภาคโรตารี และเป็นสมาชิกของสโมสรลุควิกชาเฟ่น ไรน์ชานช์ แห่งประเทศเยอรมันนี  "พวกเธอไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าโรคนี้รักษาได้ จนกระทั่งทราบการประชาสัมพันธ์จากพวกเราผ่านรายการวิทยุโดยเอาชีวิตจริงของผู้ที่ผ่านวิกฤตการณืนี้มาแล้ว มาเล่าห้ฟัง"
ทุนสมทบจากโรตารีสากลรวม ๔๗๘,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ โดยมีภาค ๙๑๒๕ ในประเทศไนจีเรียและสโมสรโรตารีไวเซนเบิร์ก เยอรมันนีได้ร่วมสมทบกันในโครงการนี้  และยังได้เงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลเยอรมันจำนวน ๘๒๖,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ กับมูลนิธิเอเวนติส  ทำให้สามารถขยายสู่กิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกเช่น การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์พลังแสงอาทิตย์  การรณรงค์ให้ใช้มุ้งกันยุง และการดึงเงินบริจาคจากแหล่งอื่น ๆ เพิ่มเติม
"หากคุณเดินทางเข้าสู่ประเทศที่กำลังพัฒนา แล้วเดินเข้าไปในสลัมและคุยกับชาวบ้าน คุณจะรู้สึกได้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกครอบงำโดยผู้ชาย" ซินเซอร์กล่าว "พวกเธอเจ็บปวดและไม่มีใครช่วยได้  พวกผู้หญิงจะไม่สามารถมีพลังทำอะไรทั้งสิ้นหากพวกเธอดูแลสุขภาพตัวเองก่อนคลอดและเลี้ยงดูลูกหลังคลอดด้วยตัวเองไม่ได้ แต่หากเธอสามารถมีกำลังทำสิ่งเหล่านี้ได้และเป็นคนมีสุขภาพดี ครอบครัวก็จะมีความสุข และนำไปสู่ชีวิตที่ปราศจากความยากจนและความหิวโหยได้ในที่สุด
ดังนั้นแล้วคุณซินเซอร์ที่อายุตั้ง 85 ปีแล้ววางแผนที่จะทำต่อไป  "ต่อยอดออกไปอีก" เขากล่าว "เวลานี้เหมาะสมที่สุดแล้ว เราต้องเพ่งการทำงานโครงการไปที่สุขภาพแม่ เพราะมันจะสอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานของสหประชาชาติในระดับโลกที่มียุทธศาสตร์ในการดูแลสุขภาพผู้หญิงและเด็ก  เราก็ควรทำงานสอดรับกับแนวทางนี้และเร่งประชาสัมพันธ์โครงการออกไป
"เพื่อนของผมถามว่า ทำไมผมไม่ไปเล่นกอล์ฟกับพวกเขาบ้าง"  เขาถามอย่างนี้ก็เพราะว่าไม่รู้ว่าผมได้ประโยชน์จากโรตารีขนาดไหน"  ซินเซอร์กล่าว  "นักวิทศาสตร์มากมายสรุปไว้ว่า หากคุณทำความดีให้กับผู้อื่น คุณก็จะดูอ่อนไว  เวลาผมไปอัฟริกา ผมจะรู้สึกเป็นคนที่ทำอะไรถูกที่ถูกเวลาและถูกใจผมที่สุด"
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของกลุ่มปฏิบัติการโรตารีเพื่อการพัฒนาและความยั่งยืนแห่งการเติบโตของประชากร ได้ที่ http://www.rifpd.org/index.shtml 

เขียนโดย วาเนสซ่า เอ็น กลาวินสกาส

บทความนี้ปรากฎครั้งแรกที่นิตยสารเดอะโรแทเรียน ฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕

Monday, March 28, 2016

H2O Collaboration

Ghana excited to take part in next phase of H2O Collaboration
Posted on February 8, 2016


Primary school children in the Volta region of Ghana use a new spigot to wash their hands.
By Ako Odotei, a member of the Rotary Club of Tema, Ghana, Africa. This is the first in a series of planned posts from Rotary members involved in the Rotary-USAID International H2O Collaboration that supports lasting, positive change to water, sanitation, and hygiene (WASH) initiatives.
When the Rotary-USAID International H20 Collaboration asked Rotary clubs in Ghana to participate in the second phase of the partnership, there was a lot of excitement as well as some trepidation. US$4 million (the amount the collaboration has committed to each country for 2015-18) is a lot of money!
Even though we were successful the first time around (from 2009 to 2013), setting up a national project between clubs can bring some challenges of their own. We didn’t want clubs to feel as if the project was being forced on them. So we began by promoting the benefits of this partnership and project to club leadership.
Club leaders were informed of the long-term nature of the project, and the importance of choosing members with skills to ensure a successful outcome. To collect information and data, we asked local Rotaractors to help. We anticipate 34 clubs will participate.
As far as I am concerned, Rotary is all about fellowship and service and the collaboration presents Rotary members the opportunity to have a meaningful connection with the local communities and direct beneficiaries.
We are expected to raise $200,000, so securing an international partner and other club/district contributors are essential. To find an international partner, we advertised in theWater and Sanitation Rotarian Action Group (WASRAG) bulletin.  Thanks to the support of Past District Governor Ron Denham, we received a lot of interest and we secured a partnership with District 6380 (parts of Ontario, Canada, and Michigan, USA). We have worked with them in the past and are excited to once again work together. We would like to secure more District Designated Funds and/or cash contributions, so if you are interested, please email us at rotaryusaid@rotary.org.
In April 2015, the host project management committee, Global Communities (USAID’s implementing partner) and USAID Mission-Ghana began discussions with the Community Water and Sanitation Agency (the government agency in charge of rural water and sanitation in Ghana). Six areas in the northern, southern, western, and eastern regions were selected based on a needs assessment done by the Community Water and Sanitation Agency. From these regions, 13 districts were selected and approximately 130 communities have been earmarked for intervention. After the club committees are trained, we will conduct a needs assessment and verify needs in those 130 selected communities, then begin implementing the project in March 2016.
Some struggles we faced were getting all organizations on the same page. We are finalizing a plan which will include monthly informational meetings between the host project management committee, Global Communities, and the USAID Mission for updates, additional strategic planning and coordination of all activities.

About the author: Ako Odotei is chair of the host project management committee in Ghana for the Rotary-USAID International H2O Collaboration. The host project management committees are responsible for the oversight and coordination of the partnership on the ground in their countries.

เขียนโดย อาโก โอโดเตอิ สมาชิกสโมสรโรตารีเทมา ประเทศกาน่า
บทความนี้เป็นฉบับแรกจากจำนวนหลายฉบับที่จัดทำเป็นชุดโดยสมาชิกสโมสรโรตารีในโครงการร่วมมือระหว่างยูเสดและโรตารีในชื่อว่า H2O ที่จะสนับสนุนความริเริ่มโครงการน้ำสะอาดและสุขอนามัยที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวกและยั่งยืน
ตอนที่โครงการร่วมมือ H2O ของโรตารี-ยูเสด (USAID - United States Agency for International Development องค์การพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา) ได้ติดต่อไปที่สโมสรโรตารีในกาน่า เพื่อขอให้ช่วยประสานงานในโครงการนี้ในขั้นที่สอง คนที่นั่นต่างแสดงความตื่นเต้นและวิตกกังวล เพราะเงินจำนวนสี่ล้านเหรียญสหรัฐ ที่จะใช้ตลอดโครงการนี้ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๘ - ๒๕๖๑ นั้นเป็นเงินจำนวนมากทีเดียว 
แม้ว่าเราจะประสพความสำเร็จในขั้นแรกที่มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๒ - ๒๕๕๖ โดยได้จัดตั้งโครงการระดับประเทศร่วมกับสโมสรต่าง ๆ สร้างความท้าทายให้เกิดขึ้นในบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง เราไม่ต้องการให้สโมสรรู้สึกว่าเรากดดันให้เขาต้องมาเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ ดังนั้นเราจึงจัดให้มีการบอกกล่าวกับผู้นำสโมสรทั้งหมดถึงประโยชน์ที่หุ้นส่วนในโครงการนี้จะได้รับ
ผู้นำสโมสรรับทราบถึงผลได้ผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ในระยะยาว และมีความจำเป็นเพียงใดที่จะต้องมีการคัดเลือกสมาชิกที่มีทักษะเข้าร่วมเพื่อประกันความสำเร็จของโครงการ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลให้มากพอ เราจึงขอความช่วยเหลือไปยังสโมสรโรตาแรคท์ ซึ่งคาดว่าจะมีสโมสรต่าง ๆ ทั้งสิ้น ๓๔ สโมสรเข้าร่วม 
ที่ผมเข้าใจคือโรตารีเน้นเรื่องของมิตรภาพและการบำเพ็ญประโยชน์ และการร่วมมือกันระหว่างสโมสรกับชุมชนก็ช่วยเสริมสร้างความหมายในความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ตลอดจนคนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการด้วย
เราหวังว่าจะสามารถหาทุนได้จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ เหรียญ ดังนั้นการหาหุ้นส่วนจากต่างประเทศและสโมสรหรือภาคโรตารีต่างประเทศจึงเป็นหัวใจสำคัญ  วิธีการหาผู้ร่วมโครงการจากต่างประเทศนั้น เราใช้วิธีการลงโฆษณาในจดหมายข่าวของ กลุ่มปฏิบัติการน้ำและสุขาภิบาลของโรตารี ด้วยความช่วยเหลือจากอดีตผู้ว่าการภาครอน เดนแฮม มีการตอบรับเข้ามามาก และเราก็เลือกภาค ๖๓๘๐ (บางส่วนของออนแทริโอ ประเทศแคนาดา กับมิชิแกนของสหรัฐอเมริกา) เราเคยทำงานร่วมกับภาคนี้มาก่อนแล้ว และดีใจที่จะได้ร่วมงานกันอีก เรายังคงต้องการเงินจากกองทุนภาค (DDF) หรือเงินสดสมทบในโครงการนี้ ดังนั้นหากมีผู้สนใจ กรุณาติดต่อเราที่ rotaryusaid@rotary.org 
เดือนเมษายน ๒๕๕๘ คณะกรรมการบริหารจัดการที่เป็นเจ้าภาพในโครงการนี้ ซึ่งประกอบด้วยโกลบอลคอมมูนิตี้ (หุ้นส่วนภาคปฏิบัติของยูเสด) และ ยูเสดสาขากาน่าได้เริ่มปรึกษาหารือร่วมกับหน่วยงานน้ำและสุขาภิบาลชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยงานของราชการ  พื้นที่ ๖ ส่วนในที่ครอบคลุมในภาคทั้ง ๔ คือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ได้รับการคัดเลือกโดยประเมินความต้องการที่แท้จริงโดยหน่วยงานน้ำและสุขาภิบาลชุมชน  จากพื้นที่ ๖ แห่งนี้เราคัดเลือก ๑๓ อำเภอที่มีชุมชนที่เดือดร้อนจริงอยู่ ๑๓๐ ชุมชน เป็นเป้าหมายในการให้ความช่วยเหลือก่อน เมื่อคณะกรรมการของสโมสรได้รับการฝึกอบรมเพียงพอแล้ว เราทำการสำรวจประเมินความต้องการเพื่อตรวจสอบชุมชนทั้ง ๑๓๐ แห่ง ก่อนที่จะเข้าไปทำโครงการจริงจังในเดือนมีนาคม ๒๕๕๙
จุดบกพร่องที่เราพบคือการรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้มาอยู่ในโครงการเดียวกันให้ได้ เรากำลังเร่งทำแผนให้เสร็จสิ้นซึ่งในนั้นจะกำหนดวันประชุมระหว่างเจ้าภาพกับคณะกรรมการบริหารโครงการ โกลบอลคอมมูนิตี้ และตัวแทนจากยูเสด ทั้งนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบข้อมูลที่ปรับปรุงล่าสุดตรงกัน รวมถึงการ่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์และกำหนดความร่วมมือในทุกกิจกรรม
เกี่ยวกับตัวผู้เขียน:  อาโก โอโดเตอิ เป็นประธานเจ้าภาพ คณะกรรมการบริหารโครงการในกาน่าสำหรับโครงการความร่วมมือ H2O ระหว่างประเทศ โรตารี-ยูเสด คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลและให้ความร่วมมือกับองค์กรหุ้นส่วน

Wednesday, March 16, 2016

A SIMPLE IDEA BENEFITS MANY IN MEXICO

A simple idea benefits many in Mexico

Posted on August 27, 2015
Rotary members, students, and teachers in front of the water purification system in San Miguel.
Rotary members, students, and teachers in front of the water purification system in San Miguel.
By Jon Kaufman
From 2 to 8 July, I led my club’s second H2OpenDoors expedition to central Mexico. The three-year-old Rotary project provides SunSpring water purification systems for poor villages and schools and allows the villages to sell the surplus water from the systems.
The project touches on several of Rotary’s areas of focus: providing clean water, building peace (by combating poverty), and educating youth.
We bring along a dozen or so students, as well as a few teachers, so they can see how a simple idea can become a project and benefit thousands of people. We hope the students return to their schools empowered to make a difference.
Presidential visit
Last year, we were able to visit with former Mexican President Vicente Fox, who pledged to partner with us on future efforts.
This year’s trip included 24 Rotary members, friends, family, students, and teachers. We installed a solar-powered SunSpring water purification system in San Miguel de Allende. The plant will bottle water into 10-liter reusable jugs and sell it to the public at a third the cost of other water. Even so, it will raise close to $200,000 a year for CRISMA, a rehabilitation center for disabled children and adults with cerebral palsy and Down syndrome. Fox and his wife support the center through their foundation.
The implications of this project are huge. All over the developing world, social services like these close for lack of funding or government support. At CRISMA, mothers and their disabled children travel for up to three days by bus for therapy sessions vital to the children’s growth and recovery.
A thirst for change
A student applies paint to the window of a school.
A student applies paint to the window of a school.
Mexico is the world’s No. 1 consumer, per capita, of bottled water. The vast majority of sales are by four multinational companies. By launching a new water-bottling enterprise whose sole purpose is to support services for the poor, we our creating a model others can follow.
During our trip, students spent time painting, planting, and helping with aqua-therapy classes. One of our teachers noted that the trip was a once-in-a lifetime experience. We spent the final three days of the six-day trip at Centro Fox, the presidential library and international conference center named for the former president. Fox told us he enjoyed hosting the students as an opportunity to help them develop a purpose in life and learn leadership skills
My day job is running KL&P Marketing in San Carlos, California, and our largest client, AT&T, is running a college promotional campaign that will raise $100,000 for H2OpenDoors. When the campaign ends in October, 10 college students from all over the country will be chosen to join a team to install water systems at two villages in Guanajuato State in central Mexico. We also have expeditions planned for Nepal, Guatemala, El Salvador, and Cuba.
Visit H2OpenDoors to learn more, or contact Jon Kaufman at jon@H2OpenDoors.org.
1508_kaufmanAbout the author: Jon Kaufman owns KL&P Marketing, a large agency in the Silicon Valley. He has been a member of the Peninsula Sunrise Rotary Club in Redwood City, California, since 2012. Jon started H2openDoors as a Rotary project to provide drinking water technology to the poorest villages and schools who spend up to a third of their daily income on bottled water.
ความคิดธรรมดา ๆ แต่ให้ประโยชน์กับคนจำนวนมาก
โดย จอน คอฟแมน
ระหว่างวันที่ ๒ - ๘ กรกฎาคม ผมกับเพื่อนสมาชิกในสโมสรได้นำเอาโครงการ H2OpenDoors บุกเข้าไปยังภาคกลางของเม็กซิโก  โครงการนี้มีอายุสามปีแล้ว มันเป็นโครงการที่จัดหาเครื่องกรองน้ำพลังแสงอาทิตย์ให้กับหมู่บ้านและโรงเรียนที่ขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาด หากผลิดเกินความต้องการก็ยังนำออกขายหารายได้ได้ด้วย
เราสามารถจัดโครงการนี้ให้อยู่ในประเภทโครงการเน้นพิเศษของโรตารีได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นโครงการน้ำสะอาด สันติภาพ หรือการศึกษาของเยาวชน
เวลาไปทำโครงการนี้เราเชิญครูและนักเรียนติดตามไปด้วยรวมกันแล้วกว่าสิบคน พวกเขาจะได้พบเห็นวิธีการง่าย ๆ ในการทำโครงการซึ่งได้ประโยชน์กับคนนับพัน นักเรียนเหล่านั้นเมื่อกลับไปที่โรงเรียนก็จะสามารถเสนอความคิดที่แตกต่างกันเพื่อพัฒนาโรงเรียนและชุมชน
การเยี่ยมของประธานาธิบดี
ปีที่แล้ว เราได้รับเกียรติให้เร่วมเยี่ยมโครงการพร้อมกับอดีตประธานาธิบดีวีเซนเต้ ฟอกซ์ ผู้ซึ่งเสนอให้ความช่วยเหลือร่วมทำโครงการกับเราในอนาคตด้วย
ปีนี้มีผู้ร่วมเดินทาง ๒๔ คนมีทั้งโรแทเรียน เพื่อน ๆ สมาชิกในครอบครัว นักเรียนและครู  เราติดตั้งเครื่องกรองน้ำพลังแสงอาทิตย์ (SunSpring) ในซานมิเกลเดออัลลองด์ ระบบนี้จะสามารถบรรจุน้ำในถัง (ถังประเภทใช้หมุนเวียน) ขนาด ๑๐ ลิตร แล้วส่งไปจำหน่ายในต้นทุนเพียงหนึ่งในสามของราคาน้ำ จะเป็นรายได้ปีละสองแสนเหรีญสหรัฐแก่ศูนย์ฟื้นฟูเด็กและผู้ใหญ่สมองพิการคริสม่า อดีตประธานาธิบดีฟอกซ์และภริยาให้การอุปการะศูนย์นี้ผ่านมูลนิธิของเขา
ผลตอบรับของโครงการนี้ดีมาก เพราะในส่วนของโลกที่กำลังพัฒนานั้นสวัสดิภาพด้านน้ำสะอาดนี้ช่วยเติมเต็มพื้นที่ ๆ รัฐบาลยังเข้าไม่ถึง  เช่นที่คริสม่านี้ ผู้ปกครองและเด็กพิการต้องเดินทางมากันจากที่ห่างไกล บางคนต้องใช้เวลาตั้งสามวันโดยรถโดยสารประจำทางกว่าจะมาถึง เพื่อรับการบำบัดซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการเจริญเติบของเด็กที่มีถาวะผิดปกติเหล่านี้
กระหายความเปลี่ยนแปลง
เม็กซิโกเป็นประเทศที่บริโภคน้ำขวดเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่มีเพียงสี่บริษัทยักษ์ใหญ่ครอบงำตลาดน้ำดื่มนี้ การเปิดตัวสหกิจชุมชนบรรจุดน้ำดื่มเองเพื่อคนยากจนเช่นที่เราทำนี้ จะเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่น ๆ นำไปใช้ได้
ระหว่างการเดินทางของเรา นักเรียนที่ติดตามมาด้วยจะร่วมกิจกรรมทาสี ปลูกต้นไม้ และเป็นผู้ช่วยในคอร์สธาราบำบัด  ครูที่มาด้วยคนหนึ่งยอมรับว่านี่เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก  เราใช้เวลาสามวันสุดท้าย (จากทั้งหมด ๖ วัน) คลุกคลีอยู่ที่ศูนย์ฟอกซ์ ห้องสมุดประธานาธิบดี และศูนย์ประชุมระหว่างประเทศที่ตั้งชื่อตามอดีตประธานาธิบดี  ซึ่งเขากล่าวกับพวกเราว่า เขาชื่นชอบการได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับบรรดานักเรียนนักศึกษา เพราะเยาวชนเหล่านี้จะได้มีโอกาสพัฒนาเป้าหมายในชีวิตและทักษะความเป็นผู้นำ
ในวันปกติผมทำงานที่บริษัทเคแอลแอนด์พีมาร์เก็ตติ้งในซานคาร์ลอส แคลิฟอร์เนีย เรามีลูกค้ารายใหญ่คือ เอทีแอนด์ที ซึ่งกำลังช่วยเราในการรณรงค์หาทุนจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญเพื่อโครงการ H2OpenDoors  ซึ่งพอถึงเดือนตุลาคมนี้ นักศึกษา ๑๐ คนที่คัดเลือกมาจากทั้งประเทศจะรวมกันเป็นทีมเพื่อไปทำการติดตั้งระบบกรองน้ำในหมู่บ้านห่างไกลในรัฐกวนนาฮวาโต ประเทศเม็กซิโก  แผนต่อไปของเราคือเข้าให้ถึงประเทศเนปาล กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร์ และคิวบา
อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซท์ www.H2OpenDoors.org หากมีข้อสงสัยโปรดติดต่อ jon@H2OpenDoors.org 

Friday, March 11, 2016

ROTARY MEMBERS RESPOND TO FLINT, MICHIGAN, WATER CRISIS



สมาชิกโรตารีช่วยแก้ปัญหาน้ำในเมืองฟลินท์ รัฐมิชิแกน


โดย เอมี ครูก นายกสโมสรโรตารีฟลินท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

พวกเรารู้สึกตื้นตันใจกับความช่วยเหลือที่ได้รับจากบรรดาโรแทเรียนต่อวิกฤตการณ์น้ำในเมืองฟลินท์ รัฐมิชิแกน  สืบเนื่องจากในเดือนเมษายน ๒๕๕๗ การสับเปลี่ยนแหล่งน้ำเพื่อรับน้ำจากทะเลสาบเฮอร์ตันเข้าสู่แม่น้ำฟลินท์ โดยขาดความระมัดระวังตรวจสอบท่อส่งของระบบควบคุมการกรองสารปนเปื้อนซึ่งมีสภาพผุพัง ส่งผลให้เกิดภาวะเจือปนสารตะกั่วในน้ำสูง ตะกั่วทั้งจากอัลลอยด์และจากทองแดงปนเข้าสู่ระบบน้ำประปา

วิกฤตการณ์นี้เป็นข่าวใหญ่มากในสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการทำงานกันอย่างหนักตลอดเวลาหลายเดือน โดยการวางระบบที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วน  ไม่ว่าจะเป็นสถานีดับเพลิง โบสถ์ และกลุ่มชุมชน ต่างให้ความร่วมมือเป็นจุดรับความช่วยเหลือและส่งต่อให้แก่ครอบครัวที่ต้องการน้ำสะอาดหรือต้องการเครื่องกรองน้ำเสริม ในขณะเดียวกันองค์กรท้องถิ่นอื่น ๆ ก็ช่วยกันระดมเงินช่วยเหลือจากการบริจาค

เราได้ทำงานร่วมกับสโมสรโรตารีต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อตอบสนองต่อความกรุณาที่ส่งผ่านเข้ามาโดยตลอด  วิธีที่เรารับความช่วยเหลือได้แก่


  1. เราตั้งกองทุนมูลนิธิสโมสรโรตารีฟลินท์  กองทุนนี้ใช้เงินเพื่อสนับสนุนการจัดสรรน้ำสะอาดในพื้นที่เมืองฟลินท์
  2. สมาชิกโรตารีอื่น ๆ ยังสามารถร่วมบริจาคเข้ากองทุนพัฒนาและสุขภาพเด็กฟลินท์ ซึ่งตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิชุมชนเมืองฟลินท์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขวิกฤติการณ์ด้านสาธารณสุข การแพทย์ การให้บริการชุมชนด้านต่าง ๆ ตลอดจนการยับยั้งและลดปัญหาระยะสั้นและระยะยาวที่จะส่งผลกระทบต่อประชากรเมืองฟลินท์
  3. ประชาชนทั่วไปสามารถแสดงเจตจำนงค์ให้ความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงน้ำ โดยผ่านเว็บไซท์ของสโมสร ซึ่งจะมีการแยกกลุ่มการให้ของเพื่อความช่วยเหลือไว้
  4. ประชาชนทั่วไปที่ต้องเป็นอาสาสมัครเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่มบุคคลสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์รับอาสาสมัครฟลินท์
เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือผลกระทบในระยะยาวที่จะเกิดกับเด็ก ๆ ในเมืองฟลินท์เมื่อพวกเขาได้รับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย  ทั้งนี้ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแจ้งว่า "เลือดที่ได้รับสารตะกั่วเจือปน จะไม่สามารถมีชีวิตที่เป็นปกติได้  แม้ได้รับเพียงเล็กน้อยที่สุด ก็จะมีผลต่อระบบประสาทและไอคิวของเด็ก  พวกเขาจะไม่สามารถควบคุมสมาธิได้ และเป็นอุปสรรคต่อการเรียน เมื่อมีสารตะกั่วแล้ว แก้ไขรักษาไม่ได้"
นักวิชาการระบุว่า เด็ก ๆ ที่ดื่มน้ำในเมืองตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 มีความเสี่ยงต่อการรับสารตะกั่วทั้งสิ้น ไม่ว่าผลการตรวจหาสาระตะกั่วจะระบุว่าอยู่ในระดับเล็กน้อยเพียงใด  การตรวจหาค่าตะกั่วในเลือกทำในปัจจุบันบอกแต่เพียงสารตะกั่วที่ตกค้างอยู่ ซึ่งปกติแล้วสารตะกั่วในเลือดจะคงอยู่เข้มข้นภายใน 30 วันหลังวันรับสารตะกั่วและจะค่อย ๆ ลดลง เพราะมันไปสะสมส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะกระดูก ฟัน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ตะกั่วที่สะสมในร่างกายแล้วจะอยู่ไปอีกนาน แต่ผลการตรวจเลือดไม่ได้บอกว่ามีตะกั่วอยู่ในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายหรือไม่
นั่นหมายความเด็กอายุตำ่กว่าหกขวบจำนวน 8,657 คนในเมืองฟลินท์มีความเสี่ยงสูง (จากข้อมูลการสำรวจประชากร) ซึ่งยังไม่นับเด็กที่อยู่ในท้องแม่ที่ดื่มน้ำในเมืองฟลินท์ในช่วยเวลานั้น   และยังไม่นับรวมเด็กที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราวโดยไม่มีทะเบียนสำมะโนครัวในเมืองฟลินท์
ความช่วยเหลือจากทุกท่านในช่วยแห่งความยากลำบากนี้คือสิ่งที่เราทุกคนซาบซึ้งในน้ำใจ และขอขอบคุณโรแทเรียนทุกท่านทั่วโลกที่สนับสนุนการทำงานเพื่อให้พวกเราเข้าถึงน้ำดื่มบริโภคที่สะอาด น้ำดื่มคือปัจจัยเบื้องต้นที่มนุษย์ทุกคนต้องการ และเมื่อคนได้รับน้ำที่สะอาด โดยเฉพาะเด็ก ๆ พวกเขาก็จะมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นในชีวิตต่อไปได้
--------------------

Rotary members respond to Flint, Michigan, water crisis
Posted on February 3, 2016

By Amy Krug, president of the Rotary Club of Flint, Michigan, USA
We have been heartened by the outpouring of support from Rotary members in response to the water crisis in our city of Flint, Michigan. In April of 2014, a switch in the source of water from Lake Huron to the Flint River without an appropriate corrosive control plan resulted in erosion of pipe scale, lead solder, and lead copper joints which allowed the release of this lead into our water supply.
While the crisis is now news throughout the United States, work has been taking place on the ground for many months. Systems are in place to begin to address the immediate needs of families impacted by this emergency. Fire stations, churches, and community partners have been serving as points of access for families in need of water or water filters, while local agencies have been collecting and distributing donations as they come in.
We have been working with Rotary clubs throughout our area to coordinate some of this generous response. Here are ways you can help:
  1. Clubs can donate to the Rotary Club of Flint Charitable Foundation. Donations will be used to support water related efforts in the Flint area. See more details on our club website.
  2. Rotary members can donate to The Flint Child Health & Development Fund which was established at the Community Foundation of Greater Flint to support the delivery of critical public health, medical, and community-based services and interventions that address and mitigate the short and long term impacts experienced by Flint, Michigan, families exposed to lead as the result of the 2014-2016 Flint Water Crisis.
  3. Individuals wishing to make material donations of water or other items should refer to information on our website for distribution sites, which vary depending on the size of the donation.
  4. Individuals wishing to volunteer can register as an individual or a group at the Flint Volunteer Reception Center
The challenge that we face as a community is the long term impact of the months of unaddressed exposure to lead experienced by our community’s children. According to the Centers for Disease Control and Prevention, “No safe blood lead level in children has been identified. Even low levels of lead in blood have been shown to affect IQ, ability to pay attention, and academic achievement. And effects of lead exposure cannot be corrected.”

Experts are now stating that all children who drank the city’s water since April 2014 have been exposed to lead, regardless of their current blood lead levels. These tests only measure lead currently in the blood and do not accurately measure exposure. Blood lead levels decrease after 30 days as lead is distributed throughout the body, primarily to bones, teeth, and soft tissue. Lead accumulates in the body over time and blood-lead tests do not measure the overall lead burden in the body.
This translates to 8,657 children under age 6 in Flint that have been exposed to lead (based on Census data.) This number could be much higher in that it does not account for exposure to babies whose mothers drank the water during their pregnancy and those that were exposed but do not reside in the city and children of undocumented workers living in the city.
Your offers of support during these challenging times have been greatly appreciated. We are also reminded of all the work Rotary clubs do around the world to improve access to clean water and sanitation. Clean water is a basic need for human beings. And when people, especially children, have access to clean water, they live healthier and more productive lives.

Friday, February 5, 2016

PRESIDENTIAL CONFERENCE ON PEACE 2016

การประชุมประธานโรตารีสากล 

เพื่อหาหนทางสู่ความสงบสุข

ดาราภาพยนต์และนักมนุษยธรรมชารอนสโตนแสดงสัญญลักษณ์สันติภาพหลังจากการแสดงปาฐกถาในที่ประชุมสันติภาพโรตารีทั่วโลกในวันที่ 15 มกราคมใน ออนแทริโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

เครดิตภาพ: โรตารีสากล / ไรอันไฮแลนด์

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมการโจมตีของผู้ก่อการร้ายทำให้มีคนตาย 14 คนและได้รับบาดเจ็บกว่า 20 คนอื่น ๆ ในซานเบอร์นาร์ดิโน แคลิฟอร์เนีย

เกือบสองเดือนต่อมาในถานที่ใกล้เคียงกัน เกิดอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่มุ่งเน้นไปที่ความสงบสุข  ซึ่งเป็นการประชุมโรตารีเพื่อสันติภาพระดับโลก การประชุมการประชุมสองวันคือ 15-16 มกราคมเป็นที่รวมของผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเพื่อสำรวจความคิดและการแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงและความขัดแย้ง

การประชุมเป็นครั้งแรกของการประชุมห้าครั้ง ที่ประธานาธิบดีโรตารีที่วางแผนไว้สำหรับปีนี้

ณ เทศบาลซานดิโอ โรแทเรียนแจนนิซ รัทเธอร์ฟอร์ด ซึ่งเป็นสมาชิกของสโมสรโรตารี ฟอนทานา แคลิฟอร์เนีย บอกผู้เข้าร่วมประชุมในเซสชั่นทั่วไปเปิดว่าการประชุมครั้งนี้เป็นจังหวะที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

"ห้วงเวลานี้ สุกงอมยิ่งกว่าเวลาใด ๆ ที่เราต้องมาร่วมกันและสร้างความสงบสุขและลดความทุกข์ของมนุษย์" รัทเธอร์ฟอร์ด ผู้ประกาศเปิดวันโรตารีเพื่อสันติภาพโลกและวันสันติภาพซานเบอร์นาร์ดิโน ในวันที่ 15 มกราคม 2559 "เราขอขอบคุณความมุ่งมั่นของทุกท่าน เพื่อการหาหนทาง แนวทางและนำเอาสันติภาพกลับไปที่ชุมชนและส่วนอื่น ๆ ในโลกของเรา"ผู้นำในด้านของความสงบสุข, การศึกษา, ธุรกิจ, กฎหมายและการดูแลสุขภาพรวมกันมากกว่า 150 คน เข้าร่วมการประชุมย่อยและการประชุมเชิงปฏิบัติการกว่า 100 รอบ. ในหัวข้อตั้งแต่การบรรลุสันติภาพผ่านการศึกษา  การต่อสู้กับการค้ามนุษย์  จนถึงบทบาทสื่อที่มีอยู่ในการขจัดความขัดแย้ง

โดยเจ้าภาพคือภาคโรตารีในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คนการประชุมอันเป็นตัวอย่างการประชุมของวิธีที่สมาชิกโรตารีจะพาความสงบสุขอยู่ในมือของตัวเอง ประธานโรตารีสากล เค อาร์ ระวินดรัน กล่าว

"เราไม่สามารถรอให้รัฐบาล หรือสหประชาชาติ มาสร้างความสงบสุข. เราไม่สามารถคาดหวังความสงบสุขที่จะมอบให้กับเราเหมือนเสริฟอาหารบนจาน" ระวินดรันกล่าว. "เราต้องสร้างความสงบสุขจากด้านล่าง จากรากฐานของสังคมของเรา. ข้อมูลที่มีค่าที่คุณจะแบ่งปันให้กันและกันในตอนท้าย จะช่วยพวกเราทุกคนในการจัดการความขัดแย้งในชีวิตส่วนตัวของชุมชนท้องถิ่นของแต่ละท่านและอาจทั่วโลก"

นักแสดงหญิงและนักมนุษยธรรมชารอนสโตนกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมประชุมใช้ขันติธรรมภายในตัวเองเพื่อเป็นวิธีการพัฒนาความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจสำหรับคนอื่น ๆ . เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ สโตนสนับสนุนให้สมาชิกโรตารีที่ยอมรับความแตกต่างในขณะที่การเรียนรู้เกี่ยวกับคนอื่นในการทำงาน

"ยิ่งเราเข้าใจด้านมืดของศัตรูของเราดีกว่าที่เราทราบว่าจะทำอย่างไรเพื่อตอบสนองและปฏิบัติการ" สโตนกล่าวว่า

โรตารีทำให้โลกเช้าใกล้กับการเปลี่ยนแปลงที่มียิ่งใหญ่ สาธุคุณเกร็กบอยล์ผู้อำนวยการบริหารของ โฮมบอยอินดัสตรีส์ ที่ตั้งอยู่ในลอสเองเจลลิส มีบทบาทในการปรับพฤติกรรมอันธพาลและคืนคนดีสู่สังคม

"โรตารีตัดสินใจที่ขจัดวิธีการที่กีดขวางการทำงานของคน" บอยล์นักเขียนยอดนิยมและพระคาทอลิกกล่าว. "คุณ [สมาชิกโรตารี] รู้ว่าเราจะต้องยืนอยู่นอกขอบเพื่อลบล้างขอบที่มีอยู่. คุณยืนอยู่กับคนยากจน ผู้ไร้หนทางและผู้ที่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขาถูกปฏิเสธ. "

อาวุธที่น่ากลัวมากที่สุดของโรตารีต่อสงครามความรุนแรงและความไร้ขันติธรรมก็คือโปรแกรมโรตารีศูนย์สันติภาพ นักศึกษาสันติภาพที่ศูนย์กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อสันติภาพและแก้ปัญหาความขัดแย้งในชุมชนของพวกเขาและทั่วโลกผ่านการศึกษาและการทำงานภาคสนาม

นักศึกษาสันติภาพโรตารีหลายสิบคนเข้าร่วมการประชุมเนี้พื่อส่งเสริมโปรแกรมเรียนรู้เกี่ยวกับความคิดริเริ่มด้านสันติภาพอื่น ๆ และช่วยให้สโมสรโรตารีเข้าใจบทบาทที่พวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือ

นักศึกษาสันติภาพคริสโตเฟอร์ แซมบาการี ที่เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ในออสเตรเลียกล่าวว่าการประชุมนี้เป็นโอกาสที่จะเพิ่มพูนการรับรู้ในสิ่งที่คนอื่น ๆ กำลังทำเพื่อให้บรรลุสันติภาพ

"คนบางคนมีเพียงมุมมองท้องถิ่นในเรื่องสันติภาพ" แซมบาการีกล่าว เขาทำงานกับบริษัทที่ปรึกษาในฟีนิกซ์ อลิโซนา สหรัฐอเมริกา  ให้บริการให้คำปรึกษาให้กับองค์กรในแอฟริกาและตะวันออกกลาง. "เหตุการณ์เดียวกันอาจมีมุมมองที่หลากหลายจำนวนมาก และเราสามารถเปิดการเชื่อมต่อและคิดหาความเป็นไปได้ที่แตกต่างกันในวิธีการที่เราทุกคนสามารถร่วมกันทำงานเพื่อให้โลกมีสันติภาพยิ่งขึ้น"

นักปาฐกถาอื่น ๆ รวมถึงแคร์รี่ เฮสเลอร์ผู้อำนวยการของกองกำลังสหรัฐเพื่อสันติภาพ; ผู้พิพากษาแดเนียล เซอเรโก ศาลพิเศษสำหรับเลบานอน  กิลเลียนโซเรนเซนที่ปรึกษาอาวุโสมูลนิธิสหประชาชาติ  สตีฟ คิลเลอเลีย ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ; แดน ลังเรน อดีตทูตสหรัฐฯ และ แมรี่ แอนปีเตอร์สประธานเจ้าหน้าที่บริหารของศูนย์คาร์เตอร์และอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐบังคลาเทศ

เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสี่ที่เหลือการประชุมประธานาธิบดี


สนับสนุนศูนย์สันติภาพของโรตารี
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรตารีสันติภาพการศึกษาหลังปริญญา
โดยไรอันไฮแลนด์
ข่าวโรตารี
1 ก.พ. 2016


PRESIDENTIAL CONFERENCE EXPLORES ROUTES TO PEACE
Actress and humanitarian Sharon Stone gives the peace sign after speaking at the Rotary World Peace Conference on 15 January in Ontario, California, USA.
Photo Credit: Rotary International/Ryan Hyland
On 2 December, a terrorist attack killed 14 people and wounded more than 20 others in San Bernardino, California.
Less than two months later, an event nearby focused on peace: the Rotary World Peace Conference. The two-day meeting on 15-16 January brought together experts from around the world to explore ideas and solutions to violence and conflict.
The conference was the first of five Rotary presidential conferences planned for this year.
San Bernardino County official Janice Rutherford, a member of the Rotary Club of Fontana, California, told attendees at the opening general session that the conference couldn’t be timelier.
“Now more than ever, we need to come together and create peace and reduce human suffering,” said Rutherford, who declared 15 January 2016 Rotary World Peace Day and a Day of Peace for San Bernardino County. “We appreciate your commitment to exploring these options and taking them back to your community and the rest of the world.”
More than 150 leaders in the fields of peace, education, business, law, and health care led over 100 breakout sessions and workshops. Topics ranged from how to achieve peace through education to combating human trafficking to the role the media has in eliminating conflict.
Hosted by Rotary districts in California and attended by more than 1,500 people, the conference is an example of how Rotary members are taking peace into their own hands, said RI President K.R. Ravindran.
“We can’t wait for governments to build peace, or the United Nations. We can’t expect peace to be handed to us on a platter,” said Ravindran. “We have to build peace from the bottom, from the foundation of our society. The valuable information you leave with at the end of this conference will aid you in managing conflict in your personal lives, local communities, and potentially around the world.”
Actress and humanitarian Sharon Stone urged conference attendees to find tolerance within themselves as a way to develop compassion and understanding for others. Noting that today’s technology makes it easy to learn about diverse cultures and beliefs, Stone encouraged Rotary members to embrace differences while learning about others’ work.
“The more we understand the darkness of our enemies, the better we know what to do, how to respond and behave,” said Stone.
Rotary is inching the world closer to meaningful change, said the Rev. Greg Boyle, executive director of Homeboy Industries, a Los Angeles-based gang intervention and reentry program.
“Rotary decided to dismantle the barriers that exclude people,” said Boyle, a bestselling author and Catholic priest. “You [Rotary members] know that we must stand outside the margins so that the margins can be erased. You stand with the poor, the powerless, and those whose dignity has been denied.”
Rotary’s most formidable weapon against war, violence, and intolerance is its Rotary Peace Centers program. Through study and field work, peace fellows at the centers become catalysts for peace and conflict resolution in their communities and around the globe.
Dozens of Rotary peace fellows attended the conference to promote the program, learn about other peace initiatives, and help Rotary clubs understand the role they can play.
Peace Fellow Christopher Zambakari, who recently graduated from the University of Queensland in Australia, said the conference is a chance to increase awareness of what others are doing to achieve peace.
“Some people have only a local view toward peace,” said Zambakari, whose consulting firm in Phoenix, Arizona, USA, provides advisory services to organizations in Africa and the Middle East. “An event like this, with so many diverse perspectives, can open up connections and different possibilities to how we all can work towards a more peaceful world." 
Other speakers included Carrie Hessler-Radelet, director of the U.S. Peace Corps; Judge Daniel Nsereko, special tribunal for Lebanon; Gillian Sorensen, senior adviser at the United Nations Foundation; Steve Killelea, founder and executive chair of the Institute for Economics and Peace; Dan Lungren, former U.S. representative; and Mary Ann Peters, chief executive officer of The Carter Center and former U.S. ambassador to Bangladesh.
By Ryan Hyland
Rotary News
1-Feb-2016

Friday, January 22, 2016

A MAN OF COMMITMENT

บุรุษผู้รักษาคำมั่น

เราได้สนทนากับว่าที่ประธานโรตารีสากล จอห์น เจิร์ม
วันที่จอห์นเจิร์มเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานโรตารีสากลในเดือนกรกฎาคม คือวันที่เขามีสมาชิกภาพในโรตารีครบ ๔๐ ปี  และในช่วงเวลาที่เป็นโรแทเรียนเขาได้สร้างผลงานยิ่งใหญ่ไว้เช่น การเป็นผู้นำโรตารีท้าทายกองทุน ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสมทบกับมูลนิธิบิลล์แอนด์เมลินดาเกทส์ เป็นผลให้โรตารีสามารถระดมทุนได้มากถึง ๒๒๘.๗ ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้การกิจการรณรงค์สร้างภูมิต้านทานโปลิโอแก่เด็กทั่วโลก  "ผมเชื่อว่าพวกเราประสบความสำเร็จในการหาทุนก้อนนี้ได้แน่นอนอย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ" เขากล่าว  "โรแทเรียนเป็นคนที่มีน้ำใจดีมาโดยตลอด"  นี่คืออนุสาวรีย์แห่งความทรงจำที่นำเอาองค์กรนี้ไปสู่ความสำเร็จในการขจัดโปลิโอดังที่เห็นในทุกวันนี้  เราเห็นบทบาทความเป็นผู้นำของเจิร์มอย่างชัดเจนในผลงานมากมายและการระดมเงินทุนเพื่อโครงการขจัดโปลิโอเป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ที่เราเห็น เขาเริ่มเป็นสมาชิกสโมสรโรตารีแชทตานูกา เทนเนสซี่ในปี พ.ศ.๒๕๑๙  "ตอนนั้นผมไม่ได้รับหน้าที่อะไร ได้แต่ไปนั่งประชุมสโมสร จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๒๖ ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการสโมสร"  เขากล่าว "แล้วผมก็ได้รับเชิญให้เป็นประธานร่วมในการรณรงค์หาทุนเพื่อโปลิโอ" หลังจากนั้นเขาก็ตกหลุมรักโรตารีทันที "ยิ่งทำงานมาก ยิ่งเห็นผลงานออกมามาก ผมก็ยิ่งอยากทำมากขึ้น" เขากล่าว ซึ่งในเวลาต่อมา เจิร์มได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น รองประธานโรตารีสากล กรรมการและรองประธานมูลนิธิโรตารี และเป็นผู้ดูแลประธานโรตารีสากลในการประชุมใหญ่โรตารีสากล เขาและจูดี้ ภริยายังได้เป็นผู้บริจาคในอาร์คซีคลัมฟ์โซไซตี้  ในด้านการงานนั้นเจิร์มยังคงทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทแคมป์เบลแอนด์แอสโซชิเอท ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิศวกรรมในเมืองแชทตานูก้าที่เขาเริ่มทำงานด้วยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘ จนไต่เต้าขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าบริหารของบริษัท  คำสัมภาษณ์ต่อไปนี้ จอห์น เรเซกต้องการเจาะใจให้ทราบถึงความมุ่งมั่นที่จะทำในปีที่เจิร์มปฏิบัติหน้าที่ผู้นำสูงสุดในโรตารี  

เดอะโรแทเรียน : กฎสำคัญของการเป็นผู้นำมีอะไรบ้าง  และคุณเรียนรู้กฎเหล่านั้นจากใคร
เจิร์ม : สำหรับผมแล้วกฎสำคัญที่สุดของการเป็นผู้นำคือ "การฟัง" เพราะผู้นำต้องเป็นบุคคลที่สามารถโน้มน้าว จูงใจ มอบหมายงาน สร้างแรงบันดาลใจและสื่อสารกับผู้อื่นได้เก่ง  ผู้นำจะเข้าใจความต้องการและความปรารถนาของคนจากการฟัง  
เดอะโรแทเรียน : คนในตำแหน่งที่คุณเป็นจะต้องไม่ทำอะไร
เจิร์ม : คนในตำแหน่งที่ผมเป็นจะต้องไม่ขอให้คนอื่นทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองยังไม่อยากทำ 
เดอะโรแทเรียน : คุณสมบัติหลักและบุคคลิกสำคัญที่โรแทเรียนควรมีคืออะไร
เจิร์ม : คุณค่าหลักที่สำคัญที่สุดคือ "คุณธรรม" คนที่ปราศจากคุณธรรม คน ๆ นั้นไม่มีคุณค่าใด ๆ เลย 

เดอะโรแทเรียน : ประธานโรตารีสากลบางคนชอบทำงานแบบเดินทางไปทุกที่  บางคนชอบทำงานในสำนักงานใหญ่ คุณเป็นแบบไหน
เจิร์ม :  ผมตั้งใจทำทั้งสองแบบ เพราะการเยี่ยมสโมสรต่าง ๆ นั้นมีความสำคัญในด้านการให้แรงจูงใจด้วยการกล่าวคำขอบคุณสำหรับผลงานที่ทำอย่างยอดเยี่ยม และบอกทีมงานของพวกเขาว่า "การรวมตัวกันทำงาน ช่วยให้ผลงานออกมาดีกว่า"  แต่ในขณะเดียวกันการประสานงานและการทำให้งานของผู้นำในโรตารีสากลท่านอื่น ๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้นำในมูลนิธิโรตารี ได้เดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง  เราต้องมีการประชุมกันที่สำนักงานใหญ่โดยมีประธาน ประธานรับเลือกและประธานนอมินีของทั้งโรตารีสากลและมูลนิธิโรตารี รวมทั้งท่านเลขาธิการโรตารีสากล  การประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารทั้งสองชุดควรจะมีการประชุมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพื่อให้เกิดการทำงานและประสานงานกันอย่างราบรื่นต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ต้องจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ที่อีแวนสตัน

เดอะโรแทเรียน : ความท้าทายของโรตารีที่เด่นชัดที่สุดคืออะไร และโรแทเรียนธรรมดาคนหนึ่งจะทำอะไรได้บ้าง
เจิร์ม : ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของโรตารีคือสมาชิกภาพ  เราต้องขยายฐานสมาชิกภาพเพื่อที่จะทำงานให้มากยิ่งขึ้นได้  เราต้องดึงดูดสมาชิกใหม่ที่เป็นคนหนุ่มสาว อย่างเช่นพวกศิษย์เก่าทั้งหลายของโรตารี  กลุ่มคนที่เพิ่งเกษียณก็น่าสนใจเช่นกัน  เราคือองค์กรที่ยึดมั่นในระบบประเภทอาชีพและมาตรฐานจริยธรรมขั้นสูง   มาตรฐานดังกล่าวนี้จะต้องดำรงไว้และเราจะต้องถ่ายทอดให้สมาชิกปัจจุบันทุกคนเข้าใจว่ามันสำคัญอย่างไรที่พวกเขาแต่ละคนจะทำหน้าที่ในการเป็นผู้อุปถัมภ์แนะนำสมาชิกใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าสู่องค์กรของเรา 

เดอะโรแทเรียน : ทำไมการทำให้คนในสังคมเข้าใจโรตารีคืออะไร ทำอะไร จึงเป็นเรื่องยากเย็น  แล้วคุณจะแก้ไขอย่างไร
เจิร์ม : โรแทเรียนบำเพ็ญประโยชน์ทั้งในและนอกประเทศมากมายตลอดระยะเวลาอันยาวนานโดยไม่ได้คิดถึงการบอกกล่าวให้สาธารณะชนได้รับรู้สิ่งที่เราทำ  เพราะฉะนั้นผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมเวลาเราทำการสำรวจเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ผลก็คือคนทั่วไปไม่รู้จักโรตารีและไม่รู้ว่าเราทำอะไร  ฉะนั้นเราต้องช่วยกันติดเข็มโรตารีด้วยความภาคภูมิใจ เราต้องสนับสนุนกิจกรรมการเสริมสร้างภาพลักษณ์โรตารี ด้วยการตั้งใจทำการตลาดให้สำเร็จให้ได้โดยเฉพาะในการแสดงให้สาธารณะชนเห็นเรื่องเหลือเชื่อทั้งหลายที่เราทำให้กับสังคมชุมชนทั้งใกล้บ้านเราและในโลกนี้ และจะต้องไม่มีใครถามอีกต่อไปว่า "โรตารีคืออะไร" 

เดอะโรแทเรียน : อะไรที่ตัดสินใจลำบากมากกว่ากันระหว่างคำขวัญประจำปีและการออกแบบเน็คไท
เจิร์ม : การออกแบบเน็คไทครับ  การคิดคำขวัญนั้นง่ายมากเพราะมันจะอยู่ประมาณอะไรที่เกี่ยวกับการบำเพ็ญประโยชน์  ผมได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานของโรแทเรียนทั้งโครงการในประเทศและต่างประเทศผ่านการรณรงค์ขจัดโรคโปลิโอและโครงการตามภารกิจหลัก ๖ ประการของมูลนิธิโรตารี ดังนั้นคำขวัญของผมก็เพียงอธิบายงานของเราให้ได้เท่านั้น มันจึงเป็น "Rotary Serving Humanity" (โรตารีรับใช้มนุษยชาติ)

เดอะโรแทเรียน : กรุณาอธิบายขั้นตอนสัก ๒-๓ ขั้นตอนที่นำคุณขึ้นมาสู่การเป็นประธานโรตารีสากล  คุณมีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับโรแทเรียนที่ต้องการก้าวตามคุณ
เจิร์ม : ผมคิดว่าผมมาถึงจุดที่เป็นประธานโรตารีสากลได้เพราะการทำงานหนัก ผมประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในตำแหน่งกรรมการบริหารโรตารีสากล กรรมการทรัสตีของมูลนิธิโรตารี และได้บริหารโครงการทั้งภายในและระหว่างประเทศ  แน่นอนผู้ที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ก็ต้องเป็นนายกสโมสร เป็นผู้ว่าการภาค และกรรมการบริหารโรตารีสากลก่อนที่ทางคณะกรรมการสรรหาประธานโรตารีสากลเขาจะพิจารณาคุณ และคุณก็ต้องมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโรตารีที่กว้างไกล นอกจากนี้คุณต้องทำงานหนักและทำให้ได้ผลงานดี และต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเส้นทางการขึ้นสู่ตำแหน่างสูงสุดนี้

เดอะโรแทเรียน : คุณมีปฏิกริยาอย่างไรเมื่อทราบว่าตัวเองได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานโรตารีสากล
เจิร์ม : จูดี้กับผมกำลังรับประทานอาหารเย็นด้วยกันตอนที่มีโทรศัพท์เข้ามาแจ้งข่าว  เราสองคนแม้จะดีใจแต่ก็เก็บข่าวไว้เงียบ ๆ ตอนที่กรรมการสรรหาอธิบายถึงสาเหตุที่เลือกผม  ผมก็ยิ่งสงบเสงียมขึ้นไปอีก เพราะทราบดีว่าศรัทธาของผู้อื่นในโรตารีที่มีต่อผมนั้นมันมีมาก เขาไว้วางใจให้เราเป็นผู้นำและที่สำคัญให้เราเป็นผู้นำในปีที่มูลนิธิโรตารีจะครบ ๑ ศตวรรษด้วย

เดอะโรแทเรียน : งานประเภทไหนในโรตารีที่คุณชอบทำมากที่สุด
เจิร์ม : นอกเหนือจากการเป็นนายกสโมสรแล้ว งานที่ผมชอบมากคือการเป็นประธานคณะทำงานหาทุนสมทบ ๒๐๐ ล้านเหรียญร่วมกับมูลนิธิบิลล์แอนด์เมลินดาเกทส์ เพราะงานนี้ทำให้เห็นความกระตือรือร้นของบรรดาเพื่อนโรแทเรียนที่มุ่งมั่นจะช่วยให้เด็กทั่วโลกปลอดจากโรคโปลิโอตามสัญญาที่เราเคยให้ไว้  ตอนที่พวกเราไปทำกิจกรรมหยอดวัคซีนโปลิโอแล้วเห็นรอยยิ้มคนที่เป็นแม่ในขณะที่พวกเราหยอดวัคซีน ๒ หยดที่เปรียบประดุจน้ำทิพย์เข้าสู่ปากเด็กน้อยที่อ้ารออยู่ ผมรู้สึกปลื้มปิติเป็นที่สุดและคิดว่า มันจะยังมีอะไรที่เป็นงานที่ดีไปกว่านี้อีกหรือ

เดอะโรแทเรียน : สมมติว่าประธานโรตารีสากลสามารถทำโครงการให้สำเร็จได้ในปีที่ตนปฏิบัติหน้าที่ คุณอยากทำอะไรให้สำเร็จสัก ๓ เรื่อง
เจิร์ม : อย่างแรกคือทำโปลิโอให้หมดไปจากโลก  เรื่องที่สองเพิ่มสมาชิกเพื่อให้มีคนที่มีจิตใจอยากช่วยคน และมีความคิดสร้างสรรค์มาช่วยกันทำงานมากขึ้น คนที่เพ่ิมขึ้นก็ควรจะมีความหลากหลายภายในองค์กรของเราด้วย  อย่างที่สามคืออยากให้มีหุ้นส่วนและผู้ให้การอุปถัมภ์จากมูลนิธิหรือบรรษัทขนาดใหญ่ก็ได้  เพราะการทำงานร่วมกับมูลนิธิเกทส์ องค์การอนามัยโลก ยูนิเซฟ และซีดีซี พิสูจน์แล้วว่าเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี 

เดอะโรแทเรียน : ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ในโรตารีสากลสักหนึ่งอย่าง  คุณอยากเปลี่ยนอะไร
เจิร์ม : ทำให้องค์กรโรตารีบริหารงานของโรตารีสากลเหมือนธุรกิจมากกว่าองค์กรบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม  เราต้องเข้าใจให้ดีว่าแหล่งรายได้มากที่สุดของโรตารีคือค่าบำรุงสมาชิก  แทนที่เอาแต่คิดว่าจะต้องขึ้นค่าบำรุงอยู่เรื่อย เราควรจะต้องคิดว่าแล้วเราทำอะไรสนองความต้องการของภาคหรือสโมสรได้บ้าง ไม่ใช่ทำอะไรที่เราคิดฝ่ายเดียวว่าภาคหรือสโมสรต้องการ  นักธุรกิจเมื่อรับทราบว่าค่าใช้จ่ายในบริษัทเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่รายได้ไม่ได้สูงขึ้นตามไปด้วย เขาจะคิดถึงการลดทอนค่าใช้จ่ายลงก่อน ไม่ใช่คิดจะขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเท่านั้น นักธุรกิจมักหาวิธีที่ดีกว่าในการทำงาน
เดอะโรแทเรียน : เงินของโรแทเรียนถูกใช้ไปในการจ้างพนักงาน ๖๐๐ คนทำงานในองค์กรของเรา คุณได้พบพนักงานเหล่านั้นหลายคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  กรุณาเล่าถึงลักษณะการทำงานของพวกเขาเหมือนเล่าให้สมาชิกคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้เรื่องของโรตารีสากลมาก่อนฟัง  คุณคิดว่าพวกเขาทำงานคุ้มเงินที่จ้างหรือไม่ 
เจิร์ม : การทำงานสนับสนุนของพนักงานโรตารีนั้นมีความจำเป็นต่อการทำงานของโรตารี พนักงานที่มีอยู่ปัจจุบันทำงานอย่างหนักเพื่อจัดหาเครื่องมือที่สโมสรต่าง ๆ ต้องการใช้ในการทำงานสโมสรให้มีประสิทธิภาพ เครื่องมือเหล่านี้ได้แก่การพัฒนาเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้งานโรตารี การให้ความช่วยเหลือเรื่องกองทุนต่าง ๆ  และการให้คำปรึกษาแนะนำต่าง ๆ  พนักงานเหล่านี้สร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับองค์กรของเรา

เดอะโรแทเรียน : หากมีคนขอให้คุณบรรยายคุณสมบัติส่วนตัวที่สำคัญ ๆ สัก ๕ ข้อ ไม่จำเป็นต้องโดดเด่นที่สุด คุณจะบอกว่ายังไง
เจิร์ม : คุณพ่อคุณแม่สอนพี่น้องและตัวผมว่าให้เป็นคนน่าเคารพ ซื่อสัตย์ เชื่อถือได้ในทุกเรื่องของชีวิต  คนมักบอกกันว่าผมเป็นพวกคิดนอกกรอบ น่านับถือ ไว้ใจได้  เชื่อถือได้ คงเส้นคงวา โน้มน้าวคนเก่ง หวังพึ่งได้ มีความมั่นใจในตนเอง และนักสร้างทีม
เดอะโรแทเรียน : หากคุณสามารถคุยกับโรแทเรียนได้ทุกคน คุณอยากคุยอะไรกับเขา

เจิร์ม : ผมอยากพูดว่า "ขอบคุณ" สำหรับสิ่งที่คุณได้ทำไปแล้ว  ขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ และขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาชุมชนและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน  ผมอยากบอกเขาว่าหากเขาต้องการตอบแทนคนที่ให้โอกาสเขาทำความดีในโรตารี ก็ขอให้เขาแต่ละคนเชิญเพื่อนมาเป็นโรแทเรียน

The Rotarian Conversation
A man of commitment
We talk with incoming Rotary International President John Germ. 
When John Germ takes office as Rotary International’s president in July, it will mark his 40th year in Rotary. In that time, he’s likely best-known for leading Rotary’s $200 Million Challenge, a fundraising effort sparked by a challenge grant from the Bill & Melinda Gates Foundation. Rotarians surpassed that goal in 2011, raising $228.7 million toward polio immunization activities. “I never questioned that we would raise the funds,” he says. “Rotarians have been so generous.” It was a monumental moment for the organization that led to many of the eradication successes we see today. In fact, raising money for polio was one of Germ’s first leadership roles. He became a member of the Rotary Club of Chattanooga, Tenn., in 1976. “I wasn’t involved, other than going to meetings, until 1983 when I was asked to be club secretary,” he says. “Then I was asked to participate as district co-chair for the polio fundraising campaign.” After that, he was hooked. “The more active I became, and the more good that I saw being done, the more I wanted to do,” he says. Germ went on to serve Rotary as vice president, director, Foundation trustee and vice chair, and RI president’s aide. He and his wife, Judy, are also members of the Arch Klumph Society. Professionally, Germ continues to consult for Campbell & Associates, a Chattanooga engineering firm he started working for in 1965 and eventually served as chairman and CEO. Editor in Chief John Rezek spoke with him about his next big commitment – his yearlong role as RI president.

The Rotarian: What are the most important rules of leadership, and from whom did you learn them?
Germ: To me, the most important rule of leadership is to be a good listener. A good leader must be a person who can motivate, encourage, delegate, inspire, and communicate well. Listening enables you to better understand the needs and desires of others. 

TR: What does a person in your position never do?
Germ: A person in my position never asks anyone to do something I would not do myself.
TR: What are the core qualities and character traits that every Rotarian should have? 
Germ: The most important core value is integrity. Without integrity, one has nothing.




TR: Some presidents spend most of their time traveling; some frequently attend to business at RI headquarters. Which will you be?



Germ: I intend to do both. Visiting clubs and districts is important to provide motivation, to say thank you for the work being done, and to convey the TEAM message: “Together everyone achieves more.” At the same time, coordinating activities and providing continuity between RI leaders, staff, and The Rotary Foundation leadership is critical. Therefore, we must hold meetings that include the president, president-elect, president-nominee, TRF chair, TRF chair-elect and the general secretary. There should be joint board meetings, at least one per year, to insure continuity and cooperation. This requires time in Evanston.

TR: What are Rotary’s most existential challenges? What can individual Rotarians do to meet them?
Germ: Rotary’s biggest challenge is membership. We need to expand our membership so we can do more work. We need to attract younger people, like Rotary youth program alumni. Recently retired individuals are another group to engage. We are an organization with high ethical standards and a classification system. These standards should be maintained and our current members educated on why each one of them should be sponsoring other qualified individuals to become Rotarians.
TR: Why is it so hard for the public to understand what Rotary is and does? How would you remedy that?
Germ: For many years, Rotarians worked both locally and globally without seeking publicity or recognition. When a survey was conducted a few years ago, it was no surprise to me that the general public was unaware of Rotary and the work we do. We need to wear our Rotary pin with pride. We need to enhance Rotary’s public image by successfully and enthusiastically marketing who we are and the amazing things we are doing and have done locally and globally. No one should ever have to ask, “What is Rotary?”

TR: What was more difficult to decide upon: your presidential theme or design of your tie?
Germ: The design of the tie. It was easy to create a theme around service. I was inspired by the work that Rotarians do locally and globally through the polio eradication campaign and in the six areas of focus of The Rotary Foundation – so my theme is how I describe our work, Rotary Serving Humanity.

TR: What were the two or three most important steps in your journey to the presidency? What advice would you give to a Rotarian who wants to follow in your footsteps?
Germ: I think I became president due to hard work. I successfully completed terms on the Board of Directors, as a trustee for The Rotary Foundation, and have been involved in projects locally and globally. It all starts at the club level. One must be a successful club president, district governor, and RI director to be considered by the nominating committee. A broad base of experience is essential along with a vision to improve Rotary. A person needs to work hard and do the best they can while always learning something new every step along the way.

TR:  What was your reaction upon hearing the news of your nomination? 
Germ: Judy and I were having dinner when we received the phone call. We were excited and humbled by the news. When we listened to the comments of the nominating committee members, we were more humbled and realized a great amount of faith was being placed in us to lead Rotary, especially in the centennial year of The Rotary Foundation.

TR: Which jobs in Rotary have you enjoyed the most?
Germ: The job I enjoyed most following being club president was chairing the $200 Million Challenge. Visiting clubs and districts, seeing the enthusiasm of Rotarians to fulfill our promise to the children of the world for eradicating polio, was overwhelming. Participating in National Immunization Days and seeing the smiles on the mothers’ faces as their child received those two precious drops had chills run up and down my back. How can one do better work than that?


TR: Let’s imagine that the president can accomplish anything he wants during his presidential year. What are the top three things you want to accomplish? 

Germ: First, eradicate polio. Second, increase our membership so we can have more willing hands, caring hearts, and inquisitive minds. We also need to increase diversity within our organization. Third, create more partnerships and sponsorships with corporations and foundations. Our work with the Gates Foundation, WHO, UNICEF, and CDC shows us that working together is successful.

TR: If you could change one thing about RI immediately, what would it be?
Germ: To have Rotary run more like a business rather than a social services organization. Rotary needs to be aware that a major source of its income is membership dues. Rather than thinking we can always go for a dues increase, we need to be sure the services offered are those that the clubs and districts want and not what we think they want or need. When a business begins to see expenses increase without an increase in revenue, the business looks at ways to cut costs and not necessarily increase fees charged for services. A business always looks for better ways to do things. 



TR: Rotarians employ about 600 people to run the organization. You’ve met many staff members over the years. Characterize their efforts to a member who has no idea what RI does. Do Rotarians get value for their money?


Germ: Rotary staff support is essential for Rotary to do the work it does. Our outstanding staff works diligently to provide the tools needed for clubs to function better. This includes developing education materials, grant assistance, and stewardship guidance. The staff provides great value to our organization.

TR: If you were asked to describe five important, though not necessarily apparent, characteristics about yourself, what would you say?
Germ: My parents taught my brothers and me to be respectful of all people and to be honest and trustworthy in all aspects of life. I have been described as an out-of-the-box thinker, respectful, reliable, trustworthy, persistent, a motivator, a delegator, a confidant, and a team-builder.

TR: If you could have a personal conversation with every Rotarian, what would you say to each of them?
Germ: I would say thank you for what you have done; thank you for what you are doing; and thank you for what you are going to do to improve your community and change lives. I would also ask them to repay the opportunity someone gave them by asking each member to invite another person to become a Rotarian.