Showing posts with label RI President. Show all posts
Showing posts with label RI President. Show all posts

Friday, January 22, 2016

A MAN OF COMMITMENT

บุรุษผู้รักษาคำมั่น

เราได้สนทนากับว่าที่ประธานโรตารีสากล จอห์น เจิร์ม
วันที่จอห์นเจิร์มเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานโรตารีสากลในเดือนกรกฎาคม คือวันที่เขามีสมาชิกภาพในโรตารีครบ ๔๐ ปี  และในช่วงเวลาที่เป็นโรแทเรียนเขาได้สร้างผลงานยิ่งใหญ่ไว้เช่น การเป็นผู้นำโรตารีท้าทายกองทุน ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสมทบกับมูลนิธิบิลล์แอนด์เมลินดาเกทส์ เป็นผลให้โรตารีสามารถระดมทุนได้มากถึง ๒๒๘.๗ ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้การกิจการรณรงค์สร้างภูมิต้านทานโปลิโอแก่เด็กทั่วโลก  "ผมเชื่อว่าพวกเราประสบความสำเร็จในการหาทุนก้อนนี้ได้แน่นอนอย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ" เขากล่าว  "โรแทเรียนเป็นคนที่มีน้ำใจดีมาโดยตลอด"  นี่คืออนุสาวรีย์แห่งความทรงจำที่นำเอาองค์กรนี้ไปสู่ความสำเร็จในการขจัดโปลิโอดังที่เห็นในทุกวันนี้  เราเห็นบทบาทความเป็นผู้นำของเจิร์มอย่างชัดเจนในผลงานมากมายและการระดมเงินทุนเพื่อโครงการขจัดโปลิโอเป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ที่เราเห็น เขาเริ่มเป็นสมาชิกสโมสรโรตารีแชทตานูกา เทนเนสซี่ในปี พ.ศ.๒๕๑๙  "ตอนนั้นผมไม่ได้รับหน้าที่อะไร ได้แต่ไปนั่งประชุมสโมสร จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๒๖ ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการสโมสร"  เขากล่าว "แล้วผมก็ได้รับเชิญให้เป็นประธานร่วมในการรณรงค์หาทุนเพื่อโปลิโอ" หลังจากนั้นเขาก็ตกหลุมรักโรตารีทันที "ยิ่งทำงานมาก ยิ่งเห็นผลงานออกมามาก ผมก็ยิ่งอยากทำมากขึ้น" เขากล่าว ซึ่งในเวลาต่อมา เจิร์มได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น รองประธานโรตารีสากล กรรมการและรองประธานมูลนิธิโรตารี และเป็นผู้ดูแลประธานโรตารีสากลในการประชุมใหญ่โรตารีสากล เขาและจูดี้ ภริยายังได้เป็นผู้บริจาคในอาร์คซีคลัมฟ์โซไซตี้  ในด้านการงานนั้นเจิร์มยังคงทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทแคมป์เบลแอนด์แอสโซชิเอท ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิศวกรรมในเมืองแชทตานูก้าที่เขาเริ่มทำงานด้วยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘ จนไต่เต้าขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าบริหารของบริษัท  คำสัมภาษณ์ต่อไปนี้ จอห์น เรเซกต้องการเจาะใจให้ทราบถึงความมุ่งมั่นที่จะทำในปีที่เจิร์มปฏิบัติหน้าที่ผู้นำสูงสุดในโรตารี  

เดอะโรแทเรียน : กฎสำคัญของการเป็นผู้นำมีอะไรบ้าง  และคุณเรียนรู้กฎเหล่านั้นจากใคร
เจิร์ม : สำหรับผมแล้วกฎสำคัญที่สุดของการเป็นผู้นำคือ "การฟัง" เพราะผู้นำต้องเป็นบุคคลที่สามารถโน้มน้าว จูงใจ มอบหมายงาน สร้างแรงบันดาลใจและสื่อสารกับผู้อื่นได้เก่ง  ผู้นำจะเข้าใจความต้องการและความปรารถนาของคนจากการฟัง  
เดอะโรแทเรียน : คนในตำแหน่งที่คุณเป็นจะต้องไม่ทำอะไร
เจิร์ม : คนในตำแหน่งที่ผมเป็นจะต้องไม่ขอให้คนอื่นทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองยังไม่อยากทำ 
เดอะโรแทเรียน : คุณสมบัติหลักและบุคคลิกสำคัญที่โรแทเรียนควรมีคืออะไร
เจิร์ม : คุณค่าหลักที่สำคัญที่สุดคือ "คุณธรรม" คนที่ปราศจากคุณธรรม คน ๆ นั้นไม่มีคุณค่าใด ๆ เลย 

เดอะโรแทเรียน : ประธานโรตารีสากลบางคนชอบทำงานแบบเดินทางไปทุกที่  บางคนชอบทำงานในสำนักงานใหญ่ คุณเป็นแบบไหน
เจิร์ม :  ผมตั้งใจทำทั้งสองแบบ เพราะการเยี่ยมสโมสรต่าง ๆ นั้นมีความสำคัญในด้านการให้แรงจูงใจด้วยการกล่าวคำขอบคุณสำหรับผลงานที่ทำอย่างยอดเยี่ยม และบอกทีมงานของพวกเขาว่า "การรวมตัวกันทำงาน ช่วยให้ผลงานออกมาดีกว่า"  แต่ในขณะเดียวกันการประสานงานและการทำให้งานของผู้นำในโรตารีสากลท่านอื่น ๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้นำในมูลนิธิโรตารี ได้เดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง  เราต้องมีการประชุมกันที่สำนักงานใหญ่โดยมีประธาน ประธานรับเลือกและประธานนอมินีของทั้งโรตารีสากลและมูลนิธิโรตารี รวมทั้งท่านเลขาธิการโรตารีสากล  การประชุมรวมของคณะกรรมการบริหารทั้งสองชุดควรจะมีการประชุมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพื่อให้เกิดการทำงานและประสานงานกันอย่างราบรื่นต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ต้องจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ที่อีแวนสตัน

เดอะโรแทเรียน : ความท้าทายของโรตารีที่เด่นชัดที่สุดคืออะไร และโรแทเรียนธรรมดาคนหนึ่งจะทำอะไรได้บ้าง
เจิร์ม : ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของโรตารีคือสมาชิกภาพ  เราต้องขยายฐานสมาชิกภาพเพื่อที่จะทำงานให้มากยิ่งขึ้นได้  เราต้องดึงดูดสมาชิกใหม่ที่เป็นคนหนุ่มสาว อย่างเช่นพวกศิษย์เก่าทั้งหลายของโรตารี  กลุ่มคนที่เพิ่งเกษียณก็น่าสนใจเช่นกัน  เราคือองค์กรที่ยึดมั่นในระบบประเภทอาชีพและมาตรฐานจริยธรรมขั้นสูง   มาตรฐานดังกล่าวนี้จะต้องดำรงไว้และเราจะต้องถ่ายทอดให้สมาชิกปัจจุบันทุกคนเข้าใจว่ามันสำคัญอย่างไรที่พวกเขาแต่ละคนจะทำหน้าที่ในการเป็นผู้อุปถัมภ์แนะนำสมาชิกใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าสู่องค์กรของเรา 

เดอะโรแทเรียน : ทำไมการทำให้คนในสังคมเข้าใจโรตารีคืออะไร ทำอะไร จึงเป็นเรื่องยากเย็น  แล้วคุณจะแก้ไขอย่างไร
เจิร์ม : โรแทเรียนบำเพ็ญประโยชน์ทั้งในและนอกประเทศมากมายตลอดระยะเวลาอันยาวนานโดยไม่ได้คิดถึงการบอกกล่าวให้สาธารณะชนได้รับรู้สิ่งที่เราทำ  เพราะฉะนั้นผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมเวลาเราทำการสำรวจเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ผลก็คือคนทั่วไปไม่รู้จักโรตารีและไม่รู้ว่าเราทำอะไร  ฉะนั้นเราต้องช่วยกันติดเข็มโรตารีด้วยความภาคภูมิใจ เราต้องสนับสนุนกิจกรรมการเสริมสร้างภาพลักษณ์โรตารี ด้วยการตั้งใจทำการตลาดให้สำเร็จให้ได้โดยเฉพาะในการแสดงให้สาธารณะชนเห็นเรื่องเหลือเชื่อทั้งหลายที่เราทำให้กับสังคมชุมชนทั้งใกล้บ้านเราและในโลกนี้ และจะต้องไม่มีใครถามอีกต่อไปว่า "โรตารีคืออะไร" 

เดอะโรแทเรียน : อะไรที่ตัดสินใจลำบากมากกว่ากันระหว่างคำขวัญประจำปีและการออกแบบเน็คไท
เจิร์ม : การออกแบบเน็คไทครับ  การคิดคำขวัญนั้นง่ายมากเพราะมันจะอยู่ประมาณอะไรที่เกี่ยวกับการบำเพ็ญประโยชน์  ผมได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานของโรแทเรียนทั้งโครงการในประเทศและต่างประเทศผ่านการรณรงค์ขจัดโรคโปลิโอและโครงการตามภารกิจหลัก ๖ ประการของมูลนิธิโรตารี ดังนั้นคำขวัญของผมก็เพียงอธิบายงานของเราให้ได้เท่านั้น มันจึงเป็น "Rotary Serving Humanity" (โรตารีรับใช้มนุษยชาติ)

เดอะโรแทเรียน : กรุณาอธิบายขั้นตอนสัก ๒-๓ ขั้นตอนที่นำคุณขึ้นมาสู่การเป็นประธานโรตารีสากล  คุณมีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับโรแทเรียนที่ต้องการก้าวตามคุณ
เจิร์ม : ผมคิดว่าผมมาถึงจุดที่เป็นประธานโรตารีสากลได้เพราะการทำงานหนัก ผมประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในตำแหน่งกรรมการบริหารโรตารีสากล กรรมการทรัสตีของมูลนิธิโรตารี และได้บริหารโครงการทั้งภายในและระหว่างประเทศ  แน่นอนผู้ที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ก็ต้องเป็นนายกสโมสร เป็นผู้ว่าการภาค และกรรมการบริหารโรตารีสากลก่อนที่ทางคณะกรรมการสรรหาประธานโรตารีสากลเขาจะพิจารณาคุณ และคุณก็ต้องมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโรตารีที่กว้างไกล นอกจากนี้คุณต้องทำงานหนักและทำให้ได้ผลงานดี และต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเส้นทางการขึ้นสู่ตำแหน่างสูงสุดนี้

เดอะโรแทเรียน : คุณมีปฏิกริยาอย่างไรเมื่อทราบว่าตัวเองได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานโรตารีสากล
เจิร์ม : จูดี้กับผมกำลังรับประทานอาหารเย็นด้วยกันตอนที่มีโทรศัพท์เข้ามาแจ้งข่าว  เราสองคนแม้จะดีใจแต่ก็เก็บข่าวไว้เงียบ ๆ ตอนที่กรรมการสรรหาอธิบายถึงสาเหตุที่เลือกผม  ผมก็ยิ่งสงบเสงียมขึ้นไปอีก เพราะทราบดีว่าศรัทธาของผู้อื่นในโรตารีที่มีต่อผมนั้นมันมีมาก เขาไว้วางใจให้เราเป็นผู้นำและที่สำคัญให้เราเป็นผู้นำในปีที่มูลนิธิโรตารีจะครบ ๑ ศตวรรษด้วย

เดอะโรแทเรียน : งานประเภทไหนในโรตารีที่คุณชอบทำมากที่สุด
เจิร์ม : นอกเหนือจากการเป็นนายกสโมสรแล้ว งานที่ผมชอบมากคือการเป็นประธานคณะทำงานหาทุนสมทบ ๒๐๐ ล้านเหรียญร่วมกับมูลนิธิบิลล์แอนด์เมลินดาเกทส์ เพราะงานนี้ทำให้เห็นความกระตือรือร้นของบรรดาเพื่อนโรแทเรียนที่มุ่งมั่นจะช่วยให้เด็กทั่วโลกปลอดจากโรคโปลิโอตามสัญญาที่เราเคยให้ไว้  ตอนที่พวกเราไปทำกิจกรรมหยอดวัคซีนโปลิโอแล้วเห็นรอยยิ้มคนที่เป็นแม่ในขณะที่พวกเราหยอดวัคซีน ๒ หยดที่เปรียบประดุจน้ำทิพย์เข้าสู่ปากเด็กน้อยที่อ้ารออยู่ ผมรู้สึกปลื้มปิติเป็นที่สุดและคิดว่า มันจะยังมีอะไรที่เป็นงานที่ดีไปกว่านี้อีกหรือ

เดอะโรแทเรียน : สมมติว่าประธานโรตารีสากลสามารถทำโครงการให้สำเร็จได้ในปีที่ตนปฏิบัติหน้าที่ คุณอยากทำอะไรให้สำเร็จสัก ๓ เรื่อง
เจิร์ม : อย่างแรกคือทำโปลิโอให้หมดไปจากโลก  เรื่องที่สองเพิ่มสมาชิกเพื่อให้มีคนที่มีจิตใจอยากช่วยคน และมีความคิดสร้างสรรค์มาช่วยกันทำงานมากขึ้น คนที่เพ่ิมขึ้นก็ควรจะมีความหลากหลายภายในองค์กรของเราด้วย  อย่างที่สามคืออยากให้มีหุ้นส่วนและผู้ให้การอุปถัมภ์จากมูลนิธิหรือบรรษัทขนาดใหญ่ก็ได้  เพราะการทำงานร่วมกับมูลนิธิเกทส์ องค์การอนามัยโลก ยูนิเซฟ และซีดีซี พิสูจน์แล้วว่าเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี 

เดอะโรแทเรียน : ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ในโรตารีสากลสักหนึ่งอย่าง  คุณอยากเปลี่ยนอะไร
เจิร์ม : ทำให้องค์กรโรตารีบริหารงานของโรตารีสากลเหมือนธุรกิจมากกว่าองค์กรบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม  เราต้องเข้าใจให้ดีว่าแหล่งรายได้มากที่สุดของโรตารีคือค่าบำรุงสมาชิก  แทนที่เอาแต่คิดว่าจะต้องขึ้นค่าบำรุงอยู่เรื่อย เราควรจะต้องคิดว่าแล้วเราทำอะไรสนองความต้องการของภาคหรือสโมสรได้บ้าง ไม่ใช่ทำอะไรที่เราคิดฝ่ายเดียวว่าภาคหรือสโมสรต้องการ  นักธุรกิจเมื่อรับทราบว่าค่าใช้จ่ายในบริษัทเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่รายได้ไม่ได้สูงขึ้นตามไปด้วย เขาจะคิดถึงการลดทอนค่าใช้จ่ายลงก่อน ไม่ใช่คิดจะขึ้นราคาสินค้าหรือบริการเท่านั้น นักธุรกิจมักหาวิธีที่ดีกว่าในการทำงาน
เดอะโรแทเรียน : เงินของโรแทเรียนถูกใช้ไปในการจ้างพนักงาน ๖๐๐ คนทำงานในองค์กรของเรา คุณได้พบพนักงานเหล่านั้นหลายคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  กรุณาเล่าถึงลักษณะการทำงานของพวกเขาเหมือนเล่าให้สมาชิกคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้เรื่องของโรตารีสากลมาก่อนฟัง  คุณคิดว่าพวกเขาทำงานคุ้มเงินที่จ้างหรือไม่ 
เจิร์ม : การทำงานสนับสนุนของพนักงานโรตารีนั้นมีความจำเป็นต่อการทำงานของโรตารี พนักงานที่มีอยู่ปัจจุบันทำงานอย่างหนักเพื่อจัดหาเครื่องมือที่สโมสรต่าง ๆ ต้องการใช้ในการทำงานสโมสรให้มีประสิทธิภาพ เครื่องมือเหล่านี้ได้แก่การพัฒนาเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้งานโรตารี การให้ความช่วยเหลือเรื่องกองทุนต่าง ๆ  และการให้คำปรึกษาแนะนำต่าง ๆ  พนักงานเหล่านี้สร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับองค์กรของเรา

เดอะโรแทเรียน : หากมีคนขอให้คุณบรรยายคุณสมบัติส่วนตัวที่สำคัญ ๆ สัก ๕ ข้อ ไม่จำเป็นต้องโดดเด่นที่สุด คุณจะบอกว่ายังไง
เจิร์ม : คุณพ่อคุณแม่สอนพี่น้องและตัวผมว่าให้เป็นคนน่าเคารพ ซื่อสัตย์ เชื่อถือได้ในทุกเรื่องของชีวิต  คนมักบอกกันว่าผมเป็นพวกคิดนอกกรอบ น่านับถือ ไว้ใจได้  เชื่อถือได้ คงเส้นคงวา โน้มน้าวคนเก่ง หวังพึ่งได้ มีความมั่นใจในตนเอง และนักสร้างทีม
เดอะโรแทเรียน : หากคุณสามารถคุยกับโรแทเรียนได้ทุกคน คุณอยากคุยอะไรกับเขา

เจิร์ม : ผมอยากพูดว่า "ขอบคุณ" สำหรับสิ่งที่คุณได้ทำไปแล้ว  ขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ และขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาชุมชนและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน  ผมอยากบอกเขาว่าหากเขาต้องการตอบแทนคนที่ให้โอกาสเขาทำความดีในโรตารี ก็ขอให้เขาแต่ละคนเชิญเพื่อนมาเป็นโรแทเรียน

The Rotarian Conversation
A man of commitment
We talk with incoming Rotary International President John Germ. 
When John Germ takes office as Rotary International’s president in July, it will mark his 40th year in Rotary. In that time, he’s likely best-known for leading Rotary’s $200 Million Challenge, a fundraising effort sparked by a challenge grant from the Bill & Melinda Gates Foundation. Rotarians surpassed that goal in 2011, raising $228.7 million toward polio immunization activities. “I never questioned that we would raise the funds,” he says. “Rotarians have been so generous.” It was a monumental moment for the organization that led to many of the eradication successes we see today. In fact, raising money for polio was one of Germ’s first leadership roles. He became a member of the Rotary Club of Chattanooga, Tenn., in 1976. “I wasn’t involved, other than going to meetings, until 1983 when I was asked to be club secretary,” he says. “Then I was asked to participate as district co-chair for the polio fundraising campaign.” After that, he was hooked. “The more active I became, and the more good that I saw being done, the more I wanted to do,” he says. Germ went on to serve Rotary as vice president, director, Foundation trustee and vice chair, and RI president’s aide. He and his wife, Judy, are also members of the Arch Klumph Society. Professionally, Germ continues to consult for Campbell & Associates, a Chattanooga engineering firm he started working for in 1965 and eventually served as chairman and CEO. Editor in Chief John Rezek spoke with him about his next big commitment – his yearlong role as RI president.

The Rotarian: What are the most important rules of leadership, and from whom did you learn them?
Germ: To me, the most important rule of leadership is to be a good listener. A good leader must be a person who can motivate, encourage, delegate, inspire, and communicate well. Listening enables you to better understand the needs and desires of others. 

TR: What does a person in your position never do?
Germ: A person in my position never asks anyone to do something I would not do myself.
TR: What are the core qualities and character traits that every Rotarian should have? 
Germ: The most important core value is integrity. Without integrity, one has nothing.




TR: Some presidents spend most of their time traveling; some frequently attend to business at RI headquarters. Which will you be?



Germ: I intend to do both. Visiting clubs and districts is important to provide motivation, to say thank you for the work being done, and to convey the TEAM message: “Together everyone achieves more.” At the same time, coordinating activities and providing continuity between RI leaders, staff, and The Rotary Foundation leadership is critical. Therefore, we must hold meetings that include the president, president-elect, president-nominee, TRF chair, TRF chair-elect and the general secretary. There should be joint board meetings, at least one per year, to insure continuity and cooperation. This requires time in Evanston.

TR: What are Rotary’s most existential challenges? What can individual Rotarians do to meet them?
Germ: Rotary’s biggest challenge is membership. We need to expand our membership so we can do more work. We need to attract younger people, like Rotary youth program alumni. Recently retired individuals are another group to engage. We are an organization with high ethical standards and a classification system. These standards should be maintained and our current members educated on why each one of them should be sponsoring other qualified individuals to become Rotarians.
TR: Why is it so hard for the public to understand what Rotary is and does? How would you remedy that?
Germ: For many years, Rotarians worked both locally and globally without seeking publicity or recognition. When a survey was conducted a few years ago, it was no surprise to me that the general public was unaware of Rotary and the work we do. We need to wear our Rotary pin with pride. We need to enhance Rotary’s public image by successfully and enthusiastically marketing who we are and the amazing things we are doing and have done locally and globally. No one should ever have to ask, “What is Rotary?”

TR: What was more difficult to decide upon: your presidential theme or design of your tie?
Germ: The design of the tie. It was easy to create a theme around service. I was inspired by the work that Rotarians do locally and globally through the polio eradication campaign and in the six areas of focus of The Rotary Foundation – so my theme is how I describe our work, Rotary Serving Humanity.

TR: What were the two or three most important steps in your journey to the presidency? What advice would you give to a Rotarian who wants to follow in your footsteps?
Germ: I think I became president due to hard work. I successfully completed terms on the Board of Directors, as a trustee for The Rotary Foundation, and have been involved in projects locally and globally. It all starts at the club level. One must be a successful club president, district governor, and RI director to be considered by the nominating committee. A broad base of experience is essential along with a vision to improve Rotary. A person needs to work hard and do the best they can while always learning something new every step along the way.

TR:  What was your reaction upon hearing the news of your nomination? 
Germ: Judy and I were having dinner when we received the phone call. We were excited and humbled by the news. When we listened to the comments of the nominating committee members, we were more humbled and realized a great amount of faith was being placed in us to lead Rotary, especially in the centennial year of The Rotary Foundation.

TR: Which jobs in Rotary have you enjoyed the most?
Germ: The job I enjoyed most following being club president was chairing the $200 Million Challenge. Visiting clubs and districts, seeing the enthusiasm of Rotarians to fulfill our promise to the children of the world for eradicating polio, was overwhelming. Participating in National Immunization Days and seeing the smiles on the mothers’ faces as their child received those two precious drops had chills run up and down my back. How can one do better work than that?


TR: Let’s imagine that the president can accomplish anything he wants during his presidential year. What are the top three things you want to accomplish? 

Germ: First, eradicate polio. Second, increase our membership so we can have more willing hands, caring hearts, and inquisitive minds. We also need to increase diversity within our organization. Third, create more partnerships and sponsorships with corporations and foundations. Our work with the Gates Foundation, WHO, UNICEF, and CDC shows us that working together is successful.

TR: If you could change one thing about RI immediately, what would it be?
Germ: To have Rotary run more like a business rather than a social services organization. Rotary needs to be aware that a major source of its income is membership dues. Rather than thinking we can always go for a dues increase, we need to be sure the services offered are those that the clubs and districts want and not what we think they want or need. When a business begins to see expenses increase without an increase in revenue, the business looks at ways to cut costs and not necessarily increase fees charged for services. A business always looks for better ways to do things. 



TR: Rotarians employ about 600 people to run the organization. You’ve met many staff members over the years. Characterize their efforts to a member who has no idea what RI does. Do Rotarians get value for their money?


Germ: Rotary staff support is essential for Rotary to do the work it does. Our outstanding staff works diligently to provide the tools needed for clubs to function better. This includes developing education materials, grant assistance, and stewardship guidance. The staff provides great value to our organization.

TR: If you were asked to describe five important, though not necessarily apparent, characteristics about yourself, what would you say?
Germ: My parents taught my brothers and me to be respectful of all people and to be honest and trustworthy in all aspects of life. I have been described as an out-of-the-box thinker, respectful, reliable, trustworthy, persistent, a motivator, a delegator, a confidant, and a team-builder.

TR: If you could have a personal conversation with every Rotarian, what would you say to each of them?
Germ: I would say thank you for what you have done; thank you for what you are doing; and thank you for what you are going to do to improve your community and change lives. I would also ask them to repay the opportunity someone gave them by asking each member to invite another person to become a Rotarian.

Monday, July 20, 2015

Pay It Forward


ส่งต่อความดี
ครอบครัว ประเทศ และโรตารีคือองค์ประกอบที่เป็นแม่พิมพ์แห่งชีวิตของราวี ราวินดรัน การได้ทำงานในตำแหน่งประธานโรตารีสากลคือหนทางแห่งการตอบแทนแม่พิมพ์ทั้งสามนี้

Pay It Forward from Rotary International on Vimeo.
การแนะนำตัว
ก่อนขึ้นแสดงสุนทรพจน์ เคอาร์ "ราวี" ราวินดรันไม่ต้องการให้มีการแนะนำเขาด้วยถ้อยคำที่หรูหราหรือเกินจริง เพราะมันทำให้เขาวางตัวลำบาก  ประธานโรตารีสากลประจำปี ๒๕๕๘-๕๙ พอใจกับการกล่าวประวัติแบบเรียบง่ายและคำกล่าวที่น่าเชื่อถือมากกว่า ถ้าเขาเลือกทำตามใจตัวเองได้ บทความนี้คงไม่ได้รับการจัดทำและแบ่งปันให้พวกเราได้อ่าน 


ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาหยุดยิงระหว่างสงครามกลางเมืองประเทศ ศรีลังกา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้มีเวลาเข้าปฏิบัติหน้าที่ในการรณรงค์หยอด วัคซีนโปลิโอ ที่เอกสารความตกลงฉบับนั้นเตรียมขึ้นจากโต๊ะทำงานของเขา ซึ่งเขาคิดว่านั่นเป็นเพราะคนหลายฝ่ายได้ช่วยให้มันเกิดขึ้น  หรือการสร้างโรงเรียนจำนวน ๒๓ แห่งเพื่อเด็กนักเรียนจำนวน ๑๔,๐๐๐ คน ซึ่งก็เป็นโครงการที่เขาเพียงบังเอิญเข้าไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมการ  การทำธุรกิจการพิมพ์ฉลากสินค้าที่เริ่มจากโรงพิมพ์ขนาดพอ ๆ กับโรงจอดรถมาเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมหีบห่อที่ใหญ่ระดับโลกที่ มีส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมชาซีลอนเติบโตในตลาดโลก นี่ก็เป็นเพียงการเอาตัวเข้าไปผูกพันถูกที่ถูกเวลาเท่านั้น
"บางทีมีคนแนะนำผมว่า เป็นคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง" ราวินดรัน ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกสโมสรโรตารีโคลัมโบกล่าว "คุณต้องเป็นคนที่มีอัตตาสูงทีเดียวที่จะยอมรับว่าเป็นคนสร้างตัวเองขึ้นมา ได้  เพราะเราแต่ละคนนั้นถูกสร้างขึ้นมาได้ด้วยคนที่ให้ความช่วยเหลือเรา  ให้เราได้เป็นบุคคลอย่างที่เป็นอยู่ เหตุผลหนึ่งที่ผมทำงาน มากมายในโรตารีก็เพราะมีคนให้ความช่วยเหลือผมมาก และบ่อยครั้งที่ความช่วยเหลือนั้นผมไม่มีวันตอบแทนกลับคืนได้"  เขาอธิบาย "ทางเดียวที่คุณทำได้คือช่วยคนอื่นต่อไป  เมื่อคนที่ผมให้ความช่วยเหลือถามกลับมาว่า "แล้วผมจะตอบแทนคุณได้อย่างไร"  ผมจะพูดกับเขาว่า "ก็ช่วยเหลือคนอื่น ๆ ต่อไปซิครับ"
สำหรับราวินดรันแล้ว การส่งต่อความดีนั้นไม่ใช่แค่แฟชั่น มันเป็นเหมือนวิถีชีวิตมากกว่า คำขวัญประจำปีของเขา "เป็นของขวัญแก่ชาวโลก" คือความคิดรวบยอดปรัชญาชีวิตที่เขาเชื่อมั่น
ประวัติส่วนตัวที่นี่คือสวรรค์  เส้นทางที่ชวนเวียนหัว พาเราขึ้นสูงถึง ๕๐๐๐ ฟุต ผ่านท้องนา เหมืองแร่อัญมณี และในบางจุดมีโขลงช้างรวมตัวกันอยู่ในทุ่งหญ้า เสียงน้ำตกกึกก้องเบื้องบน หนทางดินลูกรังขรุขระนำไปสู่อาณาเขตไร่ชาของครอบครัวราวินดรัน พุ่มต้นชาปลูกครอบคลุมหุบเขาทั้งลูกแบ่งเป็นระดับลดหลั่นกัน น่าชม  ขณะนี้เราอยู่ขอบโลกที่สูงกว่าระดับก้อนเมฆ เหมือนฉากหนึ่งในภาพยนต์ที่เห็นกันสด ๆ

ที่ดินแห่งนี้เรียกว่า "เคลเบิร์น" อยู่ห่างจากไร่ชาของธอมัส ลิปตันเพียงหนึ่งไมล์ ใช่แล้วที่นี่แหละที่ปลูกชาลิปตัน เขาเริ่มต้นปลูกชาซีลอนกันที่นี่  ราวินดรันมักจะพาแขกของเขาไปเยี่ยมโรงงานผลิตใบชาแห่งแรกของลิปตัน ซึ่งเป็นอาคารยาวสีขาว ที่มีเสียงหึ่งของสายพานลำเลียง เครื่องอบแห้งและพัดลม
คุณตาของของราวินดรันปลูกชาในเขตเคลเบิร์นตั้งแต่คริสต์ ศักราช ๑๙๕๐ เขาคือคนศรีลังการุ่นแรก ๆ ที่ซื้อไร่ชาจากพวกอังกฤษในท้องที่แถบนี้  หลังจากราวินดรันเรียนจบวิทยาลัยโลโยลาในเชนไนประเทศอินเดีย ได้รับปริญญาทางธุรกิจ เขากลับมาที่บ้านนี้และเรียนรู้การทำธุรกิจของครอบครัว วันแห่งการทำงานที่ยาวนานเริ่มตั้งแต่ตอนตีห้าครึ่ง หน้าที่ที่มอบหมายไว้ล่วงหน้าเริ่มจากการเดินเท้าสำรวจพื้นที่ เยี่ยมชมโรงงาน  สำหรับราวินดรันแล้วการทำเช่นนี้เน้นย้ำให้ตระหนักถึงคุณค่าของการทำงาน หนัก และการมุ่งปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจิตเมตตา  "ผมระลึกเสมอว่าผมผูกพันกับคนในอาณาเขตไร่ชานี้อย่างลึกซึ้ง และผมแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตของพวกเขา หาหนทางจุนเจือรายได้ให้แก่พวกเขา และปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัย" เขากล่าว

ราวินดรันและครอบครัวของเขาตั้งใจให้เขาค่อย ๆ เติบโตในกิจการปลูกชา แล้วค่อยไปอยู่ที่สำนักงานใหญ่ โชคร้านที่ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ รัฐบาลสังคมนิยมที่เข้าปกครองประเทศศรีลังกามีนโยบายปฏิรูปที่ดิน ยึดคืนที่ดินที่เป็นไร่ชาทั้งหมด ครอบครัวของเขา จากเดิมที่เคยถือครองที่ดินไร่ชาอยู่หลายพันเอเคอร์ (๑ เอเคอร์เท่ากับประมาณ ๒.๕ ไร่) อนุญาตให้ครอบครองได้เพียง ๕๐ เอเคอร์  ราวินดรันจึงต้องตกงานในเวลาต่อไปเขาย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงโคลัมโบ และช่วยงานด้านการพิมพ์ของครอบครัว ซึ่งจัดพิมพ์เอกสารบัญชีและแบบฟอร์มที่ใช้ในไร่ชาด้วย  แต่ราวินดรันเป็นคนไม่อยู่เฉย  เขารู้ว่าสินค้าใบชาที่ส่งออกจากศรีลังการนั้นส่งออกเป็นกระสอบแล้วนำไป บรรจุหีบห่อในขนาดเล็กลงที่อื่นเพื่อขายต่อให้ลูกค้าในยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา  เขาคิดว่าหากเรามีระบบการผลิตวัสดุหีบห่อที่ดีมีคุณภาพสูงในศรีลังกา ธุรกิจชาก็จะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในประเทศนี้ เพราะต้นทุนต่ำกว่า  เขาจึงดำเนินการจัดตั้งบริษัทขึ้นอีกแห่งหนึ่งเพื่อผลิตวัสดุหีบห่อ แผ่นป้าย ถุงใส่ใบชาและกล่องบรรจุที่มีคุณภาพสูง นี่จะเป็นโอกาสที่จะพลิกฟื้นอุตสาหกรรมชาในประเทศนี้ให้ก้าวหน้าเป็นอย่าง มาก
คนจำนวนมากมอบความไว้วางใจเขา หุ้นส่วนคนหนึ่งในบริษัท (และเดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นเพื่อนและพี่เลี้ยง) คือผู้ก่อตั้งบริษัทชาดิลมาห์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาร่วมลงทุนกับเขาทั้งที่แทบจะไม่รู้จักเขาเลย ผู้จัดการธนาคารแห่งก็ยอมเสี่ยงกับเขาตั้งแต่แรก ๆ พวกเขาเป็นสมาชิกสโมสรโรตารีเดียวกัน ภริยาของราวินดรัน คุณวรรณธี ผู้ซึ่งเขาได้พบครั้งแรกตอนเรียนที่วิทยาลัยและแต่งงานกันที่โคลัมโบ ลูก ๆ ของเขาได้แก่ กฤษณะกับประฌานธี ทั้งหมดให้การสนับสนุนการทำงานที่ต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง อีกทั้งยังมีอนาคตที่ไม่แน่นอนของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น นี้ทุกวันนี้บริษัทนี้คุยได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ สำหรับผลิตภัณฑ์ชารายใหญ่ที่สุดในโลก ใบชาที่ได้รับการเพิ่มมูลค่า หรือผลิตภัณฑ์ชาที่ผ่านกระบวนการบรรจุหีบห่อในศรีลังกาแทนที่จะไปบรรจุใน ประเทศอื่น เดี๋ยวนี้กลายเป็นสินค้าที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศนี้
บนพื้นโรงงานที่แผ่ขยายออกกินพื้นที่กว้างขวางของโรงงาน ปรินท์แคร์ ที่นี่เครื่องพิมพ์และเครื่องบรรจุผลิตภัณฑ์ชาอันทันสมัยส่งเสียงคำรามเป็น จังหวะเหมือนรถไฟสายด่วน  กล่องบรรจุหลากสีสรรรอบ ๆ ตัวเรา สีแดงสำหรับชา "ไทฟู" ส่งไปยังร้านของชำในประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษ สีเขียวยี่ห้อ "ดิวมาห์" สำหรับยุโรป  สีฟ้า "เทตลี่" สำหรับออสเตรเลีย  เครื่องจักรอีกชุดหนึ่งทำหน้าที่จ่ายซองบรรจุชาที่ทำงานได้มากถึง ๑๐๐ ล้านซองต่อวัน
ราวินดรันพูดติดตลกว่าใคร ๆ มักเรียกเขาว่า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสวน เพราะเขาเป็นคนที่ชื่นชอบความเขียวขจีของภูมิสถาปัตยกรรมและน้ำพุที่เขา สร้างไว้หลังจากที่ซื้อที่ดินผืนนี้จากโรงงานผลิตยางรถยนต์ เดิมในปี พ.ศ.๒๕๔๗ เปลี่ยนพื้นที่ ๒๕ ไร่ของโรงงานเก่าแห่งนั้นให้เป็นโอเอซิส
ปรินท์แคร์ทำธุรกิจกับลูกค้าทั่วโลกเช่น ยูนิลิเวอร์ ทาร์เกต ฮอลมาร์ค และทวินนิ่งส์ โดยผ่านโรงงานหลายแห่งทั้งในศรีลังกาและในอินเดีย ไม่แน่นักว่าสินค้าที่ท่านมีอยู่ในตู้เก็บของในครัวอาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน การบรรจุจากโรงงานแห่งหนึ่งของเขาก็เป็นได้
"หากเป็นเรื่องของเทคโนโลยีและสไตล์การบริหารแล้ว เขาคือผู้นำวิสัยทัศน์ตัวจริง" ผู้จัดการท่านหนึ่งในบริษัทของเขากล่าว  "หากเขาจับโครงการใดมาทำ เขาต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนวางแผนจนถึงนำแผนไปปฏิบัติ และงานนั้นจะต้องเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เขามีคนที่มีบุคคลิกความเป็นผู้นำอย่างสมบูรณ์ และยังเชื่อในวิถีทางแห่งการแบ่งปัน"ราวินดรันยังนำเอาแนวทางการทำทุนสมทบแบบเดียวกับที่มูลนิธิ ใช้อยู่ตอนนี้ ในการให้ความช่วยเหลือชุมชนของเขาเอง โดยบริษัทจะสมทบทุนให้กับทุนที่หาได้โดยคนงานทั้ง ๗๐๐ คนของเขาบนพื้นฐานข้อตกลงในการร่วมกันทำโครงการที่เห็นชอบ ซึ่งส่วนใหญ่คือโครงการนำ้และสุขาภิบาลในเขตโรงเรียน  ลูก ๆ ของคนงานที่มีรายได้ต่ำกว่าระดับที่กำหนดจะได้รับหนังสือ เรียนฟรี รับค่าเดินทางฟรี และรองเท้าฟรีเพื่อใส่ไปเรียนหนังสือ (ส่วนค่าเล่าเรียนในศรีลังกานั้นฟรีอยู่แล้ว)
ในปี พ.ศ.๒๕๕๗ ปรินท์แคร์ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน ๑๕ บริษัทในศรีลังกาที่คนอยากทำงานด้วยที่สุด และตัวราวินดรันเองได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้นำธุรกิจแห่งปี  "ปฏิบัติต่อคนด้วยความรักและเคารพ แล้วเขาจะทำเช่นเดียวกันกลับคืน" นี่คือคำกล่าวของราวินดรัน  "เขาดูแลคนของเขา และเอาใจใส่พวกเขาอย่างดี"  ผู้จัดการอีกคนหนึ่งกล่าว
"มันไม่มีประโยชน์ที่จะมาทำงานเพื่อหาเงิน เสร็จแล้วก็กลับบ้าน" ราวินดรันขยายความ  "ใคร ๆ ก็ทำอย่างนั้นได้  ชุมชนรอบ ๆ ตัวเราต้องได้ประโยชน์จากการที่มีบริษัทของเราตั้งอยู่ที่นั่นด้วย"ในการประชุมสโมสรโรตารีโคลัมโบครั้งแรกของปี ๒๕๕๘ ต้นคริสต์มาสขาววางเรียงรายตลอดโถงทางเดินของโรงแรม และโต๊ะวางอาหารบุฟเฟท์ก็กินเนื้อที่หนึ่งในสามของห้องประชุมซึ่งนี่เป็น เรื่องปกติสำหรับประเทศศรีลังกา  สโมสรแห่งนี้จะเฉลิมฉลองการครบรอบปีที่ ๘๖ เร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเป็นวันที่มีความหมายต่อประเทศนี้อีกวันหนึ่ง  เพราะสโมสรแห่งนี้ได้ก่อตั้งองค์กรเพื่อการป้องกันวัณโรคแห่งชาติ  ตั้งธนาคารเลือดแห่งชาติแห่งแรก สมาคมต่อต้านยาเสพติด ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตอนที่ราวินดรันเป็นนายกสโมสร ล่าสุดได้ก่อตั้งศูนย์ตรวจหาและป้องกันมะเร็งแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ (ตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านได้ให้บริการตรวจไปแล้ว ๓๕,๐๐๐ ราย โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ในจำนวนนี้มีถึง ๗,๕๐๐ รายที่ตรวจพบอาการที่ควรได้รับการตรวจเข้มข้นเพิ่มเติม หุ้นส่วนสำคัญในโครงการนี้คือสโมสรโรตารีเบอร์มิงแฮม แห่งรัฐอะลาบามา สหรัฐอเมริกา ซึ่งราวินดรันเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ด้วย)

ในปี พ.ศ.๒๕๑๗ ในขณะที่ทำงานในไร่ชา ราวินดรันได้เข้าร่วมก่อตั้งสโมสรโรตารีบันดาราวีลา ซึ่งเป็นสโมสรแห่งแรกที่ตั้งอยู่พื้นที่สูงที่อยู่ห่างไกลจากทุกสิ่ง คุณปู่ของเขาเป็นโรแทเรียน  คุณพ่อก็เป็น แต่สำหรับเขาซึ่งตอนนั้นอายุเพียง ๒๑ ปี คิดแต่เพียงร่วมโรตารีเพื่อเพื่อนและความสนุกสนาน ไม่คิดเรื่องบำเพ็ญประโยชน์เลย

แม้ถึงวันนี้ หลังจากได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ มานานหลายปี เป็นประโยชน์กับคนนับพัน งานโรตารีที่ถูกใจราวินดรันมากที่สุดคือการได้พบบุคคลจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และได้คุยกันจนดึก "มุกตลกของเขาเหมือนมีอยู่ในสายเลือด" อับบาส เอสซีฟฟาลลี เพื่อนสนิทคนหนึ่งกล่าวเมื่อราวินดรันย้ายไปอยู่โคลัมโบ เขาจึงย้ายเข้าอยู่กับสโมสรที่สังกัดในปัจจุบันและเริ่มบทบาทความเป็นผู้นำ ในสโมสรนั้น  สำหรับเอสซัฟฟาลลีแล้ว โรตารีคือหนึ่งในมากกว่าสิบกิจกรรมเสริมที่เขาชอบ แต่สำหรับราวินดรันโรตารีคือกิจกรรมที่เขาลุ่มหลง "เขาไม่เคยละความสนใจ เขาจดจ่ออยู่แต่กับโรตารีและเพื่อน ๆ และการบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชน" เอสซัฟฟาลลีกล่าว
ในปี พ.ศ.๒๕๒๖ เกิดสงครามขึ้นระหว่างกองกำลังรักษาอธิปไตยศรีลังกาและกบฎพยัคทมิฬอีแลม ซึ่งเป็นกองกำลังกบฎที่ต้องการแบ่งแยกประเทศฝ่ายเหนือและ ตะวันออก (กองกำลังกลุ่มนี้ริเริ่มการต่อสู้ด้วยการใช้ระเบิดฆ่าตัวตาย) การต่อสู้กันนานกว่า ๒๕ ปีก่อนที่สงครามนี้จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒ มีคนตายมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน และอีกหลายแสนคนต้องอพยพหนีภัยสงคราม และตัวเลขในปี ๒๕๕๗ ยังมีอีก ๙๐,๐๐๐ คนที่ไม่สามารถกลับบ้านได้
ความขัดแย้งนั้นมีสาเหตุฝังรากอยู่ในความตรึงเครียดระหว่าง ชนกลุ่มน้อยทมิฬและประชาชนส่วนใหญ่ที่มีเชื้อสายสิงหล  แต่เรื่องชนกลุ่มน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องแบ่งแยกสำหรับโรตารี  และแม้ว่าในสโมสรโรตารีสมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นชาวสิงหล ผู้นำสโมสรโรตารีในศรีลังกาก็ผ่านการเลือกตั้งทั้งที่เป็นสิงหล ทมิฬ หรืออิสลาม รวมทั้งราวินดรันซึ่งมีเชื้อสายทมิฬ  "ในโรตารี เราไม่แบ่งแยกเรื่องศาสนา เชื้อชาติ หรือภาษา ทุกคนเป็นชาวศรีลังกา และเขาเลือกสมาชิกที่ดีที่สุดที่มีอยู่เป็นผู้นำ"  ราวินดรันกล่าวว่า "พวกคุณคงสงสัยว่า ทำไมเราจะใช้วิธีการโรตารีนี้ กับประเทศของเราได้หรือไม่"
ความขัดแย้งที่มีอยู่ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายามของโรตารี ที่จะให้ความช่วยเหลือเด็ก ๆ ในประเทศศรีลังกา  ในปี พ.ศ.๒๕๓๘ รัฐบาลวางแผนรณรงค์สร้างภูมิต้านทานโปลิโอให้กับเด็ก ๆ แล้วกำหนดวันรณรงค์โดยพิจารณาปฏิบัติเฉพาะพื้นที่ ๆ ไม่ได้รับผลกระทบของสงคราม ซึ่งนั่นหมายถึงเด็กจำนวนหนึ่งในสามของประเทศจะอยู่นอกโครงการนี้  ผู้นำโรตารีในขณะนั้นซึ่งรวมถึงราวินดรันในฐานะที่เป็น ประธานโปลิโอแห่งชาติศรีลังกา จึงได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับยูนิเซฟ เพื่อสร้างเส้นทางการสื่อสารกับกลุ่มกบฎ เพื่อเจรจากำหนดวันหยุดยิง  และผลที่ตามมาคือเด็กเกือบทั้งประเทศได้รับวัคซีน นอกจากนี้เหตุการณ์สึนามิในปี พ.ศ.๒๕๔๗ ราวินดรันยังนำเหล่าโรแทเรียนในศรีลังกาตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือที่กระจาย ไปตามโรงเรียนต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นจากกองทุน ๑๒ ล้านเหรียญสหรัฐ อันเป็นการให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่เป็นชนกลุ่มน้อยทั้งหมด
สมาชิกสโมสรโรตารีโคลัมโบกล่าวว่าราวินดรันมีมาตรฐานสูงกับ ความคาดหวังในผู้คนที่เขาพบปะ  และพวกเขามักเป็นเช่นนั้น  "เขามีทัศนคติแบบที่ว่า 'ไม่ต้องมาบอกผมว่าทำไมคุณทำไม่ได้' " ดิเรก เดอ เอส. วิชัญญรัตน์กล่าว  เสริมด้วยรัสลี ฮัสเซน  "เขามีพรสวรรค์ในการทำให้ความฝันและวิสัยทัศน์ของเขาเป็นความฝันและวิสัย ทัศน์ของคุณ  'มันจะไม่ใช่ผลงานของผม แต่เราทำมันด้วยกัน' "
ถ้าจะมีสักเรื่องหนึ่งที่ทำให้ราวินดรันเสียใจกับการรับ ตำแหน่งประธานโรตารีสากล ก็คงเป็นคำตอบพร้อมรอยฉีกยิ้มที่กว้างปลายหูข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง ว่าคือการที่เขาจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับ "ไรก้า" หลานคนโปรดที่เพิ่งเกิดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  การย้ายไปอยู่ที่สำนับงานใหญ่โรตารีที่อีแวนสตัน รัฐอิลลินอยส์ เขาจะไม่ได้สัมผัสกับชีวิตช่วงเช้าที่เป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับไรก้า (ราวินดรันและวานาธีอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับกฤษณะและภรรยาของ เขา นีชา และลูกของพวกเขา ไรก้า ส่วนประชานธีกับสามี คิโคลาส แมทเธียร์อยู่ในสิงคโปร์)  "วานาธีกับผมอยากจะอยู่กับไรก้าในช่วงสองขวบแรก" เขากล่าว "แต่ ก็ยังมีเวลาอีกมากที่จะกลับไปเชื่อมต่อชดเชยเวลาให้เธอและเชยชมเธอให้หนำใจ"
ภาพสงครามกลางเมืองถูกทิ้งไว้กับอดีต ศรีลังกากำลังเจริญเติบโต การลงทุนในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นตลอดเวลาพร้อมกับการเจริญเติบโต ของเมืองหลวงโคลัมโบ บังเกอร์และจุดตรวจต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนไปเป็นสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น และห้างสรรพสินค้า พื้นที่ดี ๆ กำลังเป็นที่ติดตั้งเครนขนาดใหญ่เพื่อสร้างโรงแรมห้าดาว แม้กระทั่งโรงแรมโกลเฟสที่เก่าแก่ที่สุดและที่เป็นสถานที่ประชุมครั้งแรกของ สโมสรโรตารีโคลัมโบในปี พ.ศ.๒๔๖๒ ก็ยังต้องดำเนินการปรับปรุงภาพลักษณ์ใหม่ การเปลี่ยนถ่ายอำนาจการปกครองหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม ที่ผู้ปกครองประเทศเดิมสูญเสียอำนาจไป เปิดโอกาสให้มีการดำเนินการให้การสันติภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต  ภาพชายหาดดั้งเดิม ผืนป่าที่มีอยู่ และโบราณสถานต่าง ๆ ที่ซึ่งมาร์โค โปโลเคยตั้งฉายาให้ว่าเป็นเกาะที่สวยที่สุดในโลก และนิตยสารฟอร์บส์จัดให้เป็นหนึ่งในสิบประเทศที่น่าเยี่ยมเยือนที่สุดในปี ๒๕๕๘ สิ่งเหล่านี้กำลังปลุกชีวิตการท่องเที่ยวศรีลังกาอีกครั้ง  "เราทุกคนต่างตื่นเต้นกับอนาคตของศรีลังกา" ราวินดรันกล่าว
เมื่อมาดำรงตำแหน่งประธานโรตารีสากล ราวินดรันตั้งใจจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศศรีลังกาให้เห็นเด่นชัดยิ่ง ขึ้นในแผนที่โลก  "เพลงชาติศรีลังกาจะดังกระหื่มในทุก ๆ ประเทศที่ผมไปเยี่ยม  ธงชาติจะโบกสะบัดทุกหนแห่ง ธงชาติศรีลังกาจะโบกสะบัดนอกสำนักงานใหญ่โรตารี"  เขากล่าว "โอกาสที่จะตอบแทนประเทศของผมมากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว"
ราวินดรันกล่าวว่าเขาไม่ได้คาดหวังที่จะมอบความเป็นประธาน โรตารีให้กับองค์กรนี้เท่านั้น  เขาหวังว่าจะใช้ทักษะที่มีอยู่ทำให้องค์กรนี้ดียิ่งขึ้นกว่าตอนที่เขาได้ รู้จักโรตารี  และตอบแทนผู้คนต่าง ๆ ที่เขาเป็นหนี้บุญคุณ  "โรตารีเป็นแม่พิมพ์ของผม" เขากล่าว "โรตารีเปลี่ยนผม และนี่เป็นเหตุผลว่าสิ่งที่ผมทำในตอนนี้เพื่อโรตารีจะมากกว่าสิ่งที่ผมได้ รับเป็นร้อยเท่า"

http://therotarianmagazine.com/pay-it-forward/

Wednesday, June 18, 2014

The New President

เยี่ยมบ้านประธานโรตารีสากล
Gary CK Huang, 2014-15 RI President


แกรี่ ซีเค ฮวง ประธานโรตารีสากลคนใหม่
แกรี่ ฮวง เล่นกีฬาหลายประเภทแต่ที่ชอบที่สุดคือบาสเก็ตบอล เขาเป็นกัปตันทีมและเล่นตำแหน่งพอยท์การ์ด (นักส่งลูก) ในทีมโรงเรียนมัธยม "เพราะผมตัวไม่ค่อยสูงนัก แต่เล่นไว" เขาฉายภาพความทรงจำให้ฟัง "ผมรู้ดีว่าจะพาลูกไปอย่างไรเพื่อให้ทีมของเราขนะ".
นั่นเกิดขึ้นหลายสิบปีมาแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นเกมบาสเก็ตบอล หรือธุรกิจ หรือโรตารี การเคลื่อนลูกบอลจะต้องเป็นไปในเกมที่ฮวงวางเอาไว้  เขานิยมการปฏิบัติและการเดินไปข้างหน้า  เขาเป็นคนประเภทกระหายสิ่งท้าทาย อย่างเมื่อตอนที่สโมสรโรตารีไทเปบอกเขาว่าเขาเด็กเกินไปที่จะเป็นสมาชิกสโมสรฯ เขาก็ยังดื้อ ตั้งหน้าตั้งตาไปร่วมประชุมกับสโมสรอยู่ได้ถึง 9 เดือน จนเขาได้รับเชิญจริง ๆ ในตอนอายุได้ 30 ปี ซึ่งเขาก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นอีกห้าปี ฮวงได้เป็นนายกสโมสร และเป็นผู้ว่าการภาคที่อายุน้อยที่สุดในไต้หวันในเวลาต่อมา  และได้เป็นกรรมการอำนวยการโรตารีสากลและกรรมการทรัสตีมูลนิธิโรตารีคนแรกของไต้หวัน และในเดือนนี้เขาได้เป็นประธานโรตารีสากลคนจีนคนแรก
ฮวงเกิดที่มณฑลฟู่เจียน ภาคใต้ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  เขาเป็นลูกคนที่สามจากทั้งหมดเจ็ดคน เช่นเดียวกับคนจีนอีกเป็นจำนวนมากในขณะนั้นที่ไม่พอใจการครอบครองประเทศของคอมมูนิสต์ ครอบครัวฮวงจึงย้ายมาอยู่ในไต้หวันในปี พ.ศ.2490 เมื่อตอนที่แกรี่อายุได้ 1 ขวบ.
พ่อแม่ของฮวงเคี่ยวเข็นให้เขาเรียนหนังสืออย่างหนัก แต่ก็ไม่ละเลยที่จะสอนให้เขาเรียนรู้เรื่องอื่น ๆ นอกโรงเรียนด้วย  "พ่อเคยพูดไว้ว่า เรียนให้ได้ปริญญาก็ดีอยู่ แต่ก็ต้องร่วมทำกิจกรรมและเข้าสมาคมด้วย เพราะมันจะช่วยผมได้มากในอนาคต" ฮวงกล่าว 
แม้คุณพ่อของฮวงจะไม่ใช่โรแทเรียน แต่ก็ยังปลูกฝังทัศคติแบบโรตารีให้กับลูกๆ  คุณพ่อมักพูดว่า การช่วยเหลือผู้อื่นคือการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำ ผลก็คือ ฮวงได้เป็นประธานนักเรียนตอนเรียนในระดับมัธยมศึกษา นอกจากเล่นบาสเก็ตบอลแล้ว เขายังเล่นฟุตบอล วิ่งแข่ง และด้วยกำลังจากแม่ เขาเข้าร่วมแข่งขันประกวดสุนทรพจน์ และยังเป็นหัวหน้ากล่าวปลุกใจในโรงเรียนทุกเช้าเป็นเวลานานตลอดหกปี "พ่อมีความสุขกับผลงานที่ผมทำ" ฮวงกล่าว "ทุกครั้งที่มีกิจกรรมโรงเรียนที่เป็นพิธีการ ไม่ว่าเขาจะไม่ว่างขนาดไหน ก็จะต้องไปร่วมงานจนได้".
หลังจากจบมัธยมศึกษาเขาเข้ารับราชการทหารสองปี ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอิสเทิร์นมิชิแกนในเมืองยิปสิแลนติ เขาจำช่วงเวลาดี ๆ ที่นั่นได้ดีเพราะเป็นห้วงเวลาที่บริสุทธิ์และเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับโลกตะวันตกกลางให้กับเด็กเมืองที่มาจากไต้หวัน  เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวอเมริกันผู้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้เขาว่า "แกรี่" เพราะครอบครัวนี้ชอบนักแสดงที่ชื่อ แกรี่ คูเปอร์  แกรี่ ฮวงใช้เวลาว่างทำงานหลังเลิกเรียนที่สถานีบริการน้ำมัน เขาเริ่มจากรายได้ชั่วโมงละ 1.25 เหรียญ และหลังจากนั้นสองสามปี ค่าจ้างก็ขยับขึ้นไปจนถึง 4.75 เหรียญต่อชั่วโมง ตอนที่เรียนจบบริหารธุรกิจในปี พ.ศ. 2514 เขาซื้อแหวนบัณฑิตให้กับตัวเอง "มันเป็นของชิ้นแรกที่แพงที่สุดที่ผมซื้อด้วยเงินที่ตัวเองหามาได้ เพราะฉะนั้นผมจะสวมแหวนนี้อยู่ตลอดเวลา" เขากล่าว
กระนั้นยังไม่นับเป็นการสำเร็จการศึกษาของฮวง เพราะบิดาของเขาได้รับตำแหน่งเป็นประธานบริษัทประกันภัยในไต้หวันและต้องการให้ลูกชายเตรียมตัวสำหรับการถ่ายโอนธุรกิจทางด้านนี้  ฮวงจึงต้องเข้าเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค และใช้เวลาเพิ่มเติมในประเทศอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมันนี และญี่ปุ่นเพื่อเก็บความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยและเพื่อสร้างเครือข่ายในต่างประเทศ  หลายปีต่อมา ฮวงยังคงสร้างเครือข่ายไปทั่วโลกในฐานะประธานโรตารีสากล
เมื่อกลับประเทศไต้หวัน ฮวงเข้าทำงานกับบริษัทประภันภัยเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งเขาสามารถสร้างบริษัทนี้ให้เป็นบริษัทประกันภัยชั้นแนวหน้าของประเทศได้ในระยะเวลา 15 ปี  เขาทำข้อตกลงกับประธานบริษัทไว้ว่า ขอให้เขามีเวลาสำหรับการร่วมงานกับโรตารี "ผมต้องการทำงานให้โรตารีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" เขากล่าว
เมื่อฮวงเริ่มประสบความสำเร็จในอาขีพการงานและในโรตารี แม่ของเขาจะคอยดึงเขาไม่ให้ลอยตัวสูงเกินไป  ถึงตอนนี้เธอก็ยังทำอย่างนั้นแม้จะอายุ 95  ปีแล้วก็ตาม  "ผมรู้ว่าแม่ภาคภูมิใจในตัวผม" เขากล่าว "แต่ไม่ว่าผมจะประสบความสำเร็จขนาดไหน เธอก็จะไม่พูดยกยอผม"
ปีที่เขาเข้าเป็นสมาชิกโรตารีก็เป็นปีเดียวกันกับที่เขาพบ คอรีนนา เหยา ภรรยาของเขา ที่ห้องสมุดในโบสถ์ "เขาขยันโทรหาฉันตลอด" เหยากล่าว แต่ฮวงจำได้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น "ความจริง เธอคือคนที่จีบผมต่างหาก" ฮวงแย้ง
เขาชอบแสดงออกและชอบเข้าสังคม ส่วนเธอออกจะเก็บตัว "ดิฉันสงสัยว่าเราจะเข้ากันได้ยังไง" คอรีนนากล่าว "แต่ผ่านมา 38 ปีแล้ว เราก็ยังอยู่กันได้ดี" คู่สามีภรรยานี้ได้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกสามคน บุตรีสองและบุตรชายหนึ่งคน และตอนนี้มีหลานสองคนแล้วด้วยชื่อ เอ็ดดี้ และอีแวน  คนหลังนี้เกิดในวันที่ฮวงได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานโรตารีสากล ฮวงจึงตั้งชื่อล้อตามโอกาสที่เขาจะได้ไปทำงานที่ "อีแวนสตัน"  
ฮวงและเหยาช่วยกันเลี้ยงลูกให้เติบโตพร้อม ๆ กับโรตารี ดังนั้นความทรงจำของเด็ก ๆ จึงมีโรตารีอยู่ด้วยเสมอ  "หนูต้องการทำสิ่งที่คุณพ่อทำกับเพื่อน ๆ ในโรตารี เติบโตขึ้นมาท่ามกลางป้า ๆ ลุง ๆ ในโรตารี" ลินดา ลูกสาวคนโตกล่าวกับพ่อของเธอ  แนนซี่ ลูกสาวคนที่สองจำได้ว่าเคยไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับคุณพ่อตอนเธอยังเล็ก ๆ "เป็นครั้งแรกที่หนูได้เรียนรู้ว่าโรตารีทำอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อรักมาก" ลินดากล่าว
โครงการช่วยเหลือเด็กกำพร้าเป็นโครงการแรกที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ฮวงเมื่อ 30 มาแล้ว ตอนนั้นเขาเข้าเยี่ยมที่ศูนย์และต้องชงักเมื่อเห็นเด็กถูกยัดเยียดอยู่ในห้องเดียวกันตอนกลางคืน เด็ก ๆ หลายคนทานข้าวจากชามเดียวกัน เด็กหลายคนอายุพอ ๆ กับลูก ๆ ของเขา ที่ศูนย์แห่งนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างต้องปรับปรุง เช่นหลังคา ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ผ้าอ้อมและของใช้สิ้นเปลืองต่าง ๆ สโมสรไทเปสามารถจัดหาสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการเหล่านี้ แต่ฮวงก็อยากให้มากกว่านั้น เขากับเพื่อนโรแทเรียนอีกคนหนึ่งเสนอให้การอุปการะแก่เด็กหญิงสองคน โดยเลือกเด็กที่มีอายุ 4 ขวบทั้งสองคนซึ่งมีปีเกิดนักษัตรปีเดียวกับเขาและเพื่อนคนนั้น นั่นคือปีระกา  พวกเขาจะพาหนูน้อยสองคนนี้ไปทานอาหารเย็นด้วยกันเดือนละครั้ง  และจ่ายค่าใช้จ่ายในการเรียนจนถึงระดับวิทยาลัย  หลังจบการศึกษาพวกเขายังช่วยออกเงินค่าใช้จ่ายในการจัดงานเลี้ยงแสดงความยินดี ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวฮ่องกง และหางานให้แก่เด็กทั้งสองทำเมื่อเดินทางกลับบ้านแล้ว สามสิบปีต่อมาพวกเขายังได้พบปะทานอาหารเย็นประจำเดือนกัน พร้อม ๆ กับครอบครัวของหญิงสาวทั้งสอง
ฮวงเชื่อว่าโรตารีน่าจะช่วยยกระดับชีวิตของผู้คนได้ คำขวัญที่เขาเลือกที่ว่า "รวมใจจุดประกายโรตารี" สะท้อนให้เห็นแรงปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะนำพาโรแทเรียนทั้งหลายช่วยจุดแสงว่างให้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ยังมืดมิดอยู่  ฮวงยังหวังด้วยว่าการรวมใจจุดประกายโรตารีจะเป็นแรงบันดาลใจให้โรแทเรียนช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กรนี้  เขาต้องการให้โรตารีเป็นที่ให้ความสุขและสนุก ไม่ใช่แค่สนุกแต่เป็นความสนุกที่สร้างความผูกพันธ์ฉันมิตร อยากอยู่ร่วมกันและอยากให้เพื่อนอื่น ๆ มาเข้าร่วมสโมสรด้วย
การหาสมาชิกเพิ่มเป็นทักษะพิเศษของฮวง ตอนที่เขาเป็นนายกสโมสร สมาชิกเพิ่มจาก 102 เป็น 138 คน ตอนเป็นผู้ว่าการภาคเขาเพิ่มสโมสรให้กับภาคที่ดูแลถึง 19 แห่ง  "ถ้าคุณจะเชิญใครมาเป็นสมาชิก คุณต้องสร้างความสนใจให้เกับเขา" เขาให้เหตุผล "เมื่อเขาชอบ เขาจะกลับมาอีก" 
เซเลีย เอเลนา ครูซ เดอ กีอาย กรรมการอำนวยการโรตารีสากลและเพื่อนของฮวง สนับสนุนวิธีนี้ "โรตารีเป็นองค์กรที่ทำงานกันจริงจังแต่ไม่ใช่แบบเป็นทางการ ประธานแกรี่เน้นทำโรตารีให้สนุกเวลาที่พวกเราทำงานบำเพ็ญประโยชน์" เธออธิบาย
The Huang Family

ฮวงยังให้การสนับสนุนเต็มที่กับแนวคิดการเพิ่มสมาชิกหนุ่มสาวและสมาชิกสตรี "โรแทเรียนบางคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการการเพิ่มสมาชิกเพศหญิงหรือสมาชิกที่อายุน้อย" เขากล่าว "แต่ถ้าเราได้สมาชิกหนุ่มสาว พวกเขาจะเป็นอนาคตของเรา ในไม่กี่ปีพวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ยิ่งขึ้นและเป็นคนดียิ่งขึ้น และอาจรวยกว่าพวกเราด้วย" ฮวงกล่าวติดตลก "มันดีสำหรับพวกเขา ดีสำหรับโรตารี และดีสำหรับสังคมของเรา"
แม้จะเป็นการกล่าวให้ตลก แต่ฮวงก็จริงจังกับการหาเพิ่มสมาชิกให้กับสโมสรอย่างยิ่ง โดยเขาได้ชวนสมาชิกในครอบครัวมาเป็นสมาชิกสโมสรด้วย ภรรยาได้รับเชิญเป็นคนแรก จากนั้นก็ตามด้วยลูกทั้งสามคน แต่ละคนก็อยู่กันคนละสโมสร  บิลลี่ ลูกชายของเขาเชื่อว่าการที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกทำให้ครอบครัวของเราใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น "เราร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน" เขากล่าว "และผมก็เข้าใจคุณพ่อได้ดีขึ้นด้วย"
ฮวงตื่นเต้นทุกครั้งที่ผู้เกี่ยวข้องในชีวิตของเขาได้เข้าร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ นี่เป็นการให้ความหมายใหม่กับคำว่าครอบครัวโรตารี  เขาหวังว่าโรแทเรียนอื่น ๆ จะทำตามอย่างที่เขาทำ "ทำไมเราจะต้องทิ้งครอบครัวไว้ที่บ้าน เพื่อตัวเองจะได้ไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์  ในเมื่อคุณทำด้วยกันก็ได้" เขาแนะนำ "ทำอย่างนี้แล้ว การทำความดีก็จะกลายเป็นงานของครอบครัวไปด้วย"
ทุกวันนี้ ฮวงเล่นกอล์ฟแทนบาสเก็ตบอล แต่เขาก็ยังคงเป็นคนคุมเกมที่เล่นในทีม รวมทั้งทีมโรตารี ที่จะต้องชนะเท่านั้น.

โดย ซูซี่ หม่า

Tuesday, December 24, 2013

CK HUANG's Acceptance Speech

Gary C.K. Huang, RI President 2014-15


สุนทรพจน์ ตอบรับผลการสรรหา
โดย แกรรี่ ซี เค ฮวง ประธานโรตารีสากลปี ๒๕๕๗-๕๘

ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งในการตอบรับผลการเสนอชื่อบุคคลที่จะทำหน้าที่ประธานโรตารีสากลสำหรับปีโรตารี ๒๕๕๗ - ๕๘
โรตารีให้โอกาสผมในการปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติมาโดยตลอด ผมได้รับเกียรติครั้งแรกเมื่อ ๓๗ ปีที่แล้วเมื่อได้รับการยอมรับให้เข้าเป็นสมาชิกสโมสรไทเปหลังจากที่ถูกปฏิเสธถึงสามครั้ง เพราะสโมสรของผมมีความเข้มงวดในกฎเรื่องข้อจำกัดประเภทอาชีพ กระนั้นก็ตามก็ย่อท้อที่จะขอให้สโมสรพิจารณาการสมัครของผม และผมดีใจที่ไม่ละความพยายามในตอนนั้น  มิเช่นนั้นแล้วก็คงไม่มีโอกาสได้รับเกียรติในวันนี้
ผมได้เฝ้าดูการเติบโตของโรตารีในไต้หวัน และทำงานร่วมกับเพื่อนโรแทเรียนอย่างหนักเพื่อผลที่เกิดขึ้นนี้  ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๓๙ - ๔๐ ตอนที่ผมเป็นผู้ว่าการภาค ๓๔๕๐ ผมก่อตั้งสโมสรใหม่ทั้งสิ้น ๑๙ แห่งในไต้หวันและมาเกา  ผมยังได้แต่งตั้งผู้แทนพิเศษผู้ว่าการภาคอีก ๑๕ ท่านในปีต่อมา และเราก็ร่วมทำงานกันมิได้หยุด เรายังคงพยายามรับสมาชิกใหม่และก่อตั้งสโมสรใหม่เพิ่มขึ้น นี่เป็นผลจากความศรัทธาในโรตารีและปรารถนาที่จะแบ่งปันเกียรติแห่งการเป็นโรแทเรียนให้คนอื่น ๆ ต่อไป

องค์กรโรตารียังได้ให้โอกาสผมในการปฏิบัติหน้าที่นอกอาณาเขตประเทศตัวเอง โดยผมได้เข้าร่วมก่อตั้งสโมสรโรตารีในประเทศมองโกเลียและจีน ด้วยเหตุนี้ผมจึงใคร่เชิญชวนทุก ๆ ท่านได้ร่วมกับผมในการนำเอาหลักการบำเพ็ญประโยชน์ข้ามพรมแดนขยายเครือข่ายขององค์กรโรตารี เพราะผมเชื่อว่าเครื่องข่ายของโรตารีที่เข้มแข็งนั้นจะยังประโยชน์ที่แท้จริงให้เกิดขึ้นกับโลกของเรา.

โชคดีที่โรตารีมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล และผมหวังว่าโอกาสแห่งความความสำเร็จนั้นรอคอยเราอยู่ข้างหน้าเพราะสิ่งที่บรรดาผู้นั้นเหล่าสร้างไว้ให้  เรารู้ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร หนทางแห่งการเปลี่ยนเปลี่ยนได้เปลี่ยนไป มันเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคยเป็น แต่ขอให้พวกเราไม่ต้องกลัว เพราะเรามิได้ปรับตัวเองให้เปลี่ยนแปลงไปตามความรวดเร็วของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  แต่ความจริงแล้วเราปรับตัวให้เข้ากับอนาคตตามแผนยุทธศาสตร์ของเรา  เราเพ่งการทำงานไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจน และพวกเราทำงานกันด้วยแรงบันดาลใจ

เพื่อนรักทั้งหลาย ผมเชื่อว่าหน้าที่ของโรตารีสากลนั้นเข้าใจได้ง่ายมาก นั่นคือช่วยให้สโมสรโรตารีต่าง ๆ เป็นสโมสรที่ดีที่สุดเท่าที่แต่ละแห่งจะเป็นได้  และหน้าที่ของประธานโรตารีสากลก็คือ การให้หลักประกันว่าโรตารีสากลจะมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และสามารถทุ่มเทกำลังเพื่อสนับสนุน (การทำงานของ) โรแทเรียน ในทุกหนทางเท่าที่เขาจะทำได้ 

ปราชญ์ขงจื้อกล่าวไว้ว่า "จุดเทียนเพียงเล่มเดียว ย่อมดีกว่าก่นด่าความมืด" ผมเชื่อว่าชาวโรแทเรียนยึดคติธรรมดังนี้ และเมื่อเราเผชิญหน้ากับปัญหาใด ๆ ในโลกนี้ เราย่อมไม่ยอมนิ่งดูดาย แต่จะวิ่งเต้นหาทางออกให้ได้

ผมได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งที่ยึดหลักการแนวเดียวกันนี้ หนังสือเล่มนี้ชื่อ "แก้ไข ไม่แก้ตัว"  นี่จะเป็นหลักการที่ผมยึดในการทำงานให้กับพวกท่านเพื่อช่วยเหลือชุมชนของพวกเรา  ผมยังเชื่อว่าวันที่ดีที่สุดของโรตารียังมาไม่ถึง และอีกไม่นานเราจะต้องภาคภูมิใจในองค์กรของเรายิ่งกว่าที่เคยภาคภูมิใจมาแล้ว เพราะเราจะเติบโตขึ้นกว่าเดิม กระฉับกระเฉงกว่าเก่า และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่าเราจะเข้าถึงผู้ด้อยโอกาสมากขึ้นและทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นทุก ๆ วัน และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับใช้พวกท่านด้วยทั้งหมดของความตั้งใจที่ผมมีตลอดปีโรตารี ๒๕๕๗ - ๕๘ และร่วมกันทำให้โลกของเราเจิดจรัสยิ่งขึ้น
ของคุณ


แกรี่ ซี.เค. ฮวง

ประธานโรตารีสากลรับเลือก (๒๕๕๗-๕๘)
จากสโมสรโรตารีไทเป ประเทศไต้หวัน

ฮวงกำหนดวิสัยทัศน์ของเขาคืการเพิ่มสมาชิกให้มากกว่า ๑.๓ ล้านคน
"เพื่อเพิ่มสมาชิกของเรา เราต้องข้ามพ้นเขตแดนของศักยภาพของการเพิ่มสมาชิก เช่น จีน มองโกเลีย และเวียดนาม"  "ผมจะเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนสมาชิกเพศหญิงและสมาชิกรุ่นหนุ่มสาว ผมจะกระตุ้นให้อดีตโรแทเรียนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราอีกครั้งหนึ่ง"
ฮวงเป็นประธานบริษัท Taiwan Sogo Shinkong Security Co., Ltd., Shin Kong Life Real Estate Service Co., และ PS Insurance Agency, Inc. และเป็นผู้อำนวยการสมาคม Taipei Life Line Association.
เขาเคยเป็นประธานบริษัท Malayan Overseas Insurance Co. และเลขาธิการก่อตั้ง Council for Industrial and Commercial Development ในไต้หวัน
เขาเป็นโรแทเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙  เคยเป็นรองประธานโรตารีสากล  กรรมการบริหารโรตารีสากล  กรรมการทรัสตีมูลนิธิโรตารี  ผู้ว่าการภาค  ผู้ฝึกอบรมผู้ว่าการภาครับเลือก
นอกจากนั้น ยังเป็นประธานจัดการประชุมโรตารีโซนอินสติติวท์ที่ฮ่องกง (ปี ๒๕๔๓) มนิลา (๒๕๔๕) และสิงคโปร์ (๒๕๔๖) เขายังเคยเป็นประธานสภาอดีตผู้ว่าการภาคของไต้หวันอีกด้วย
ฮวงก่อตั้งสโมสรใหม่ ๑๙ สโมสรในสมัยที่เขาเป็นผู้ว่าการภาค ๓๔๕ ซึ่งครอบคลุมฮ่องกง  มาเก๊า  และไต้หวัน ในปี ๒๕๓๙ - ๒๕๔๐
ฮวงได้รับรางวัล National Civic Service Award ของ Federation of Non-Profit Associations และรางวัลบริการดีเด่นจากกระทรวงมหาดไทยของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และยังได้รับรางวัลบริการเหนือตนจากโรตารีสากล และประกาศเกียรติคุณการบำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นจากมูลนิธิโรตารี
ฮวงและภริยา คอรินนา เหยา มีบุตรธิดารวม ๓ คน
(ดัดแปรงจาก นิตยสารโรตารีประเทศไทย ฉบับเดือนกันยายน/ตุลาคม ๒๕๕๖)

Acceptance remarks
Gary C.K. Huang 2014-15 RI President
I am greatly honored and delighted to accept this nomination to serve as the president of Rotary International for the year 2014-15.
Rotary has continuously provided me with honors to serve. My first honor came 37 years ago, when I was finally allowed to join Rotary Club of Taipei, after being rejected three times. Although my club had a strict quota on members’ classification, I insisted on joining and I am very glad I did not give up. Otherwise I wouldn’t have had this honor today.
I have witnessed tremendous growth of Rotary in Taiwan, working hard over these years together with my fellow Rotarians. During 1986-87 when I was a district governor of D3450, I chartered 19 new clubs in Taiwan, Hong Kong, and Macau. I also created another 15 new Rotary clubs as district governor’s special representative in the following years, and we never stopped. We are still working on recruiting members and establishing new clubs. This is because we believe in the spirit of Rotary, and would like to share the honor of being a Rotarian.

Rotary also gave me the honor to serve beyond my country’s borders. I helped establish clubs in Mongolia and China. I would like to ask for all of you to join me in looking beyond borders and extending the network of Rotary. I am confident that as the network of Rotary becomes stronger, the world will be a better place for all of us.

We have been fortunate in Rotary to have had many years of strong and visionary leaders and I look forward to the opportunity to build upon their success. We know how to change ourselves to become better. The pace of change has changed, and it’s getting faster. However, there is nothing to fear, since we are not just adapting to the fast- changing environment but we are actually shaping our future through our strategic plan. We are focused, our goals are clear, and we are highly motivated to serve.
My friends, I believe that the job of Rotary International is very simple; and that is helping every Rotary Club to be the best it can be. And the job of an RI president is also simple: ensuring that RI is strong, efficient, effective, and dedicated to supporting Rotarians — in every way that they serve.
An ancient Chinese scholar, Confucius, said “It is better to light up a single candle than to sit and curse the darkness.” Rotarians have always believed this to be true. When we are confronted by the world’s problems, we are not paralyzed by despair, we are called to action.
I’ve written a book with similar meaning, titled Find Solutions, Not Excuses. That’s exactly what I shall do for you and we shall do for our communities. I believe that the best days of Rotary are yet to come — and that all of us will soon be prouder than ever, of a Rotary that is larger, more active, and better known than ever before — a Rotary that touches more lives, and makes the world better, every single day. And I look forward to serving all of you with all my heart in the 2014-15 Rotary year to brighten up our world together.
Thank you.


GARY C.K. HUANG

PRESIDENT-ELECT 2014-15

ROTARY CLUB OF TAIPEI

TAIWAN
Gary C.K. Huang is currently an adviser for Wah Lee Industrial Corp. and Bank of Panhsin. He is also a director of Federal Corporation and Sunty Property Development.
A Rotarian since 1976, Huang has served RI as vice president, director, Rotary Foundation trustee, International Assembly group discussion leader, regional session leader, task force member and coordinator, committee member and chair, and district governor. He wrote about his experiences in business and Rotary in his book “Finding Solutions, Not Excuses”. Huang has been awarded the National Civic Service Award by the Federation of Non-Profit Associations and the Outstanding Community Service Award by the Ministry of the Interior R.O.C.
He is a recipient of the RI Service Above Self Award and a Presidential Citation, and The Rotary Foundation’s Citation for Meritorious Service and Distinguished Service Award.